“คาดการณ์ทิศทางราคา EUR/USD: เสี่ยงดิ่งลงระลอกใหม่หากหลุดแนวรับสำคัญที่ 1.1570”
-
ประเด็นเสริม: คู่เงินยูโร/ดอลลาร์สหรัฐ (EUR/USD) ขยับบวกขึ้นมาเคลี่อนไหวใกล้ระดับ 1.1600 ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี (เซสชันยุโรป) แต่ภาพรวมยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยยูโรเผชิญแรงกดดันหนักจากวิกฤตพลังงาน ขณะที่นักลงทุนกำลังจับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในสัปดาห์หน้า และการประกาศตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้
💡 ข้อมูลเพิ่มเติมเชิงลึก (Market Insights)
รายงานความเคลื่อนไหวของคู่เงินหลักอย่าง EUR/USD ประจำวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2026 สะท้อนให้เห็นว่า ค่าเงินยูโรกำลังติดอยู่ในวงล้อมของ “วิกฤตพลังงาน” และ “ความขัดแย้งของนโยบายการเงิน” โดยมีรายละเอียดเชิงลึกดังนี้:
1. วิกฤตต้นทุนพลังงาน: ยุโรปเจ็บหนักจากราคาน้ำมันแพง
-
ผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ: เงินยูโร (EUR) กำลังถูกลดทอนความน่าสนใจลงอย่างมาก เนื่องจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ได้ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยาน (ล่าสุด WTI ยืนเหนือ $93.25) ยุโรปซึ่งเป็นภูมิภาคที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานดิบจากภายนอกในสัดส่วนที่สูง จึงได้รับผลกระทบเชิงลบทางเศรษฐกิจโดยตรง ส่งผลให้ดุลการค้าแย่ลงและกดดันค่าเงินยูโรให้ทรุดตัวลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ
2. ECB เสียงแตกก่อนการประชุมสัปดาห์หน้า ท่ามกลางเงินเฟ้อดีดตัว
-
ตัวเลขเงินเฟ้อดีดกลับ: ดัชนีราคาผู้บริโภคฮาร์โมไนซ์ (HICP) หรือเงินเฟ้อยูโรโซนประจำเดือนพฤษภาคม ประกาศออกมาเร่งตัวขึ้น โดยเงินเฟ้อทั่วไป (Headline HICP) อยู่ที่ 3.2% YoY และเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core HICP) อยู่ที่ 2.5% YoY
-
ศึกในของกรรมการ ECB: ตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงขึ้นทำให้มุมมองของตลาดที่มีต่อการประชุมนโยบายการเงินของ ECB ในสัปดาห์หน้าค่อนข้างก้ำกึ่ง แม้นักลงทุนจะยังไม่มั่นใจเต็มร้อยว่า ECB จะตัดสินใจ “ขึ้นดอกเบี้ย” หรือไม่ แต่สิ่งที่แน่นอนคือ คณะกรรมการจะมีการ ถกเถียงกันอย่างรุนแรง (Heavy Discussion) เรื่องการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อสกัดเงินเฟ้อจากฝั่งต้นทุนพลังงาน
3. ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) ยังรักษาฐานที่แข็งแกร่ง
-
DXY พุ่งแตะ High ในรอบ 8 สัปดาห์: แม้ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) จะมีการย่อตัวลงมาสั้นๆ มาอยู่ที่ 99.45 แต่ก็ยังคงเคลื่อนไหวใกล้จุดสูงสุดในรอบกว่า 8 สัปดาห์ที่ 99.55 จุด โดยดอลลาร์ได้อานิสงส์จากสภาวะชะงักงันในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงเอื้อประโยชน์ต่อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างดอลลาร์
📊 บทสรุปและมุมมองทางเทคนิคจาก THAIFRX.COM
บทวิเคราะห์โดย THAIFRX.COM:
สภาพกราฟ EUR/USD ตอนนี้เหมือนคนที่พยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาหายใจที่ 1.1600 แต่ขาข้างหนึ่งยังจมน้ำอยู่ ปัจจัยพื้นฐานของยูโรแย่กว่าอเมริกาชัดเจนตรงเรื่อง “วิกฤตพลังงาน” ต่อให้สัปดาห์หน้า ECB จะออกมาขู่เรื่องเงินเฟ้อ แต่ตราบใดที่ดอลลาร์สหรัฐฯ ยังมีโล่กำบังจากราคาน้ำมันและคาดการณ์ดอกเบี้ยเฟดสายเหยี่ยว ยูโรก็ยังมีโอกาสไหลลงต่อได้ง่ายมากครับ
โครงสร้างและแนวโน้มทางเทคนิค (H4/Daily Chart Analysis)
-
เทรนด์ขาลงยังกุมความได้เปรียบ (Bearish Bias): ในระยะสั้น EUR/USD ยังคงถูกกดดันและเคลื่อนไหวอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ย 20 day-EMA (1.1646) อย่างชัดเจน ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถปิดเหนือเส้นนี้ได้ ภาพรวมยังคงมองเป็นขาลง
-
สัญญาณอินดิเคเตอร์: ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ (RSI) แกว่งตัวอยู่ที่ระดับ 43 ซึ่งสะท้อนว่าฝั่งขาย (Sellers) ยังคงควบคุมทิศทางตลาด และมีพื้นที่ด้านล่างให้ราคาดิ่งลงได้อีก
[ด่านต้านสำคัญ/เส้นค่าเฉลี่ย 20-day EMA: 1.1646]
▲
[แนวต้านจิตวิทยาระยะสั้น: 1.1600]
▲
│ (แรงรีบาวด์สั้นๆ ขาดแรงขับเคลื่อนเชิงบวก)
▼
[ราคาปัจจุบัน EUR/USD: 1.1595]
▲
│ (จุดเปลี่ยนสำคัญประจำสัปดาห์)
▼
[แนวรับตัดสินใจ/จุดต่ำสุด 21 พ.ค.: 1.1576]
▲
[เป้าหมายการลงถัดไปหากหลุดแนวรับ: 1.1500]
แนวรับ-แนวต้านที่ต้องบริหารความเสี่ยง
| ระดับแนวรับสำคัญ (Supports) | ระดับแนวต้านสำคัญ (Resistances) |
| 1.1576 (จุดต่ำสุดเดิมวันที่ 21 พ.ค. / แนวรับตัดสินเกม) | 1.1600 (แนวต้านจิตวิทยาประจำวัน) |
| 1.1550 (แนวรับทางจิตวิทยาระดับย่อย) | 1.1646 (เส้นค่าเฉลี่ย 20-day EMA / แนวเปลี่ยนแนวโน้ม) |
| 1.1500 (เป้าหมายใหญ่ขาลงรอบนี้ / แนวรับแข็งแกร่ง) | 1.1700 (แนวต้านสำคัญเชิงโครงสร้างใหญ่) |
💡 คำแนะนำการเทรดสำหรับสมาชิก THAIFRX.COM:
โครงสร้างกราฟโน้มเอียงไปทางขาลงค่อนข้างชัดเจน การเปิดสถานะ Buy สวนในจุดนี้มีความเสี่ยงสูง
-
กลยุทธ์การลงทุน: เน้นกลยุทธ์ “เด้ง Sell” (Sell on Rallies) รอจังหวะที่ราคารีบาวด์ขึ้นมาทดสอบแนวต้านแถว 1.1610 – 1.1630 แล้วเริ่มมีสัญญาณกลับตัว ให้พิจารณาเปิดสถานะ Sell โดยวางจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ไว้เหนือระดับ 1.1655 มีเป้าหมายทำกำไรแรกที่ 1.1576 และเป้าหมายระยะยาวที่ 1.1510 สำหรับฝั่ง Buy ควรรอให้ราคาลงมาทดสอบแนวรับใหญ่ที่ 1.1500 แล้วเกิดสัญญาณ Rejection ที่ชัดเจน หรือควรรอพิจารณาหลังจากตัวเลขจ้างงาน Nonfarm Payrolls ของสหรัฐฯ ประกาศเสร็จสิ้นในคืนวันศุกร์นี้




