วิเคราะห์ความเสี่ยงของ ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession Probability) ในปี 2569 (2026) โดยอ้างอิงจากข้อมูลล่าสุดของสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง J.P. Morgan, Goldman Sachs และ Morgan Stanley พบว่าสถานการณ์ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ “น่ากังวลแต่ยังไม่ใช่กรณีหลัก (Base Case)” ครับ
1. โอกาสเกิดการถดถอย (The Probabilities)
จากการสำรวจมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์และโมเดลพยากรณ์ในช่วงต้นปี 2026:
-
J.P. Morgan: ประเมินโอกาสเกิดการถดถอยทั้งในสหรัฐฯ และทั่วโลกอยู่ที่ 35% โดยมองว่าเงินเฟ้อที่ “เหนียวแน่น” (Sticky Inflation) จะเป็นปัจจัยกดดันหลัก
-
Goldman Sachs: มีมุมมองบวกมากกว่า โดยปรับลดโอกาสเกิดการถดถอยลงจาก 30% เหลือเพียง 20% เนื่องจากความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานและการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ยังคงทนทาน
-
Polymarket : นักลงทุนในตลาดพยากรณ์คาดการณ์โอกาสเกิดภาวะถดถอยไว้ที่ประมาณ 35% ภายในสิ้นปี 2026
2. ปัจจัยเสี่ยงที่อาจจุดชนวน (Downside Risks)
แม้สถาบันส่วนใหญ่จะมองว่าสหรัฐฯ จะสามารถเลี่ยงภาวะถดถอยได้ (Soft Landing) แต่ยังมี “ระเบิดเวลา” 3 ลูกที่ต้องระวัง:
-
Shock จากกำแพงภาษี (Tariff Shock): นโยบายภาษีนำเข้าของรัฐบาลทรัมป์ที่เริ่มส่งผลเต็มที่ในปี 2026 อาจทำให้ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้น จนเกิดภาวะเศรษฐกิจชะงักงันพร้อมเงินเฟ้อ (Stagflation)
-
ตลาดแรงงานเริ่ม “เย็นตัว”: แม้ยังไม่มีการเลิกจ้างมหาศาล แต่เริ่มเห็นสัญญาณว่าภาคส่วนอื่นๆ นอกเหนือจากกลุ่มสุขภาพและ AI ไม่มีการจ้างงานใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งหากลามไปสู่การเลิกจ้างจริง จะกระทบต่อการบริโภคทันที
-
ความขัดแย้งเรื่องอิสระของ Fed: การแทรกแซงนโยบายดอกเบี้ยโดยฝ่ายการเมืองอาจทำให้ตลาดขาดความเชื่อมั่น ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืม (Yield) พุ่งสูงขึ้นโดยที่ Fed ควบคุมไม่ได้
3. สัญญาณเตือนทางเทคนิค (Technical Signals)
-
Yield Curve (เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร): ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2026 ส่วนต่างระหว่างพันธบัตร 10 ปี และ 2 ปี (T10Y2Y) อยู่ที่ประมาณ +0.64% ซึ่งเป็นการกลับมาเป็นบวก (Un-inversion) หลังจากที่เคยติดลบยาวนาน
-
มุมมอง: โดยปกติเมื่อ Yield Curve กลับมาเป็นบวกหลังจากติดลบนานๆ มักจะเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจถดถอยกำลังจะมาถึงในอีก 6-12 เดือนข้างหน้า (คาดการณ์ช่วงครึ่งหลังของปี 2026)
-
📊 ตารางสรุปมุมมองสถาบันการเงินปี 2026
| สถาบัน | โอกาสถดถอย (Recession Prob.) | มุมมองหลัก (Base Case) |
| Goldman Sachs | 20% | เศรษฐกิจขยายตัวได้ต่อเนื่อง (Resilient) |
| J.P. Morgan | 35% | เติบโตแบบช้าลงและระวังความเสี่ยงด้านลบ |
| Morgan Stanley | ต่ำ | ชะลอตัวในช่วงครึ่งปีแรก และกลับมาเร่งตัวครึ่งปีหลัง |
| Conference Board | ปานกลาง | GDP อาจโตต่ำเพียง 1.5% ในปี 2026 |
💡 สรุปสำหรับนักลงทุน
ปี 2026 ไม่ใช่ปีของ “วิกฤตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” แต่เป็นปีของ “ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ” ครับ
-
ผู้ชนะ: กลุ่มเทคโนโลยี AI และบริษัทที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง
-
ผู้แพ้: กลุ่มธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการนำเข้า (จากปัญหาภาษี) และผู้บริโภคระดับล่างที่แบกรับภาระหนี้สูง





