หน้าแรกTHAI STOCKดาวโจนส์ร่วงกว่า 100 จุด นักลงทุนจับตาผลประกอบการ ตัวเลขเศรษฐกิจ | RYT9

ดาวโจนส์ร่วงกว่า 100 จุด นักลงทุนจับตาผลประกอบการ ตัวเลขเศรษฐกิจ | RYT9


ดัชนีดาวโจนส์ร่วงกว่า 100 จุด ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงตัวเลขทางเศรษฐกิจเพื่อค้นหาป้ายบอกทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ

เมื่อเวลา 21:36 น. ตามเวลาประเทศไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 38,962.09 จุด ลดลง 107.14 จุด หรือ 0.27%

นักลงทุนจับตาดูดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่จะประกาศในวันพฤหัสบดี

PCE Index เป็นตัวชี้วัดอัตราเงินเฟ้อที่ Federal Reserve (Fed) เน้นย้ำ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคได้ และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

นักวิเคราะห์คาดว่า Headline PCE Index ซึ่งรวมถึงหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2.4% ในเดือนมกราคมเมื่อเทียบเป็นรายปี จาก 2.6% ในเดือนธันวาคม

ในแต่ละเดือน คาดว่าดัชนี PCE ทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนมกราคม จาก 0.2% ในเดือนธันวาคม

ส่วนดัชนี Core PCE (Core PCE) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.8% ในเดือนมกราคมปีต่อปีจาก 2.9% ในเดือนธันวาคม

ในแต่ละเดือน คาดว่าดัชนี PCE หลักเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนมกราคม จาก 0.2% ในเดือนธันวาคม

ตลาดยังจับตาดูประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งจะแถลงแถลงการณ์รายครึ่งปีเกี่ยวกับนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ต่อสภาคองเกรสในเดือนมีนาคม

พาวเวลล์มีกำหนดยื่นแถลงการณ์ต่อคณะกรรมการบริการทางการเงินของสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 6 มีนาคม ก่อนที่จะกล่าวปราศรัยต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาในวันที่ 7 มีนาคม

นักลงทุนจับตาคำกล่าวของนายพาวเวลล์ โดยจะเกิดขึ้นก่อนการประชุมนโยบายการเงินของ Fed ในวันที่ 19-20 มีนาคม เพื่อค้นหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของ Fed หลังจากที่สหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่สูงกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้

การเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดทำให้นักลงทุนเลื่อนการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดครั้งแรกในปีนี้ไปเป็นเดือนมิถุนายน เดิมทีคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนมีนาคม แต่เลื่อนไปเป็นเดือนพฤษภาคม โดยก่อนหน้านี้คาดว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน

นอกจากนี้ ตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดส่งผลให้นักลงทุนคาดว่าเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% เพียง 3 ครั้งในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งก่อนมากกว่า 4 ครั้ง


     

คำแนะนำการอ่านบทความนี้ : บางบทความในเว็บไซต์ ใช้ระบบแปลภาษาอัตโนมัติ คำศัพท์เฉพาะบางคำอาจจะทำให้ไม่เข้าใจ สามารถเปลี่ยนภาษาเว็บไซต์เป็นภาษาอังกฤษ หรือปรับเปลี่ยนภาษาในการใช้งานเว็บไซต์ได้ตามที่ถนัด บทความของเรารองรับการใช้งานได้หลากหลายภาษา หากใช้ระบบแปลภาษาที่เว็บไซต์ยังไม่เข้าใจ สามารถศึกษาเพิ่มเติมโดยคลิกลิ้งค์ที่มาของบทความนี้ตามลิ้งค์ที่อยู่ด้านล่างนี้


Source link

RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Technical Summary Widget Powered by Investing.com

ANALYSIS TODAY

Translate »