อิหร่านขู่ตอบโต้หลังสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงด้วยการเปิดฉากโจมตีข้ามคืน
-
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ขู่ที่จะทำการตอบโต้คืน หลังจากที่สหรัฐอเมริกาเปิดฉากโจมตีทางตอนใต้ของอิหร่าน โดยอ้างว่าเป็นไปเพื่อ “การป้องกันตนเอง” ตามรายงานของสำนักข่าว CNN เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นอกจากนี้ IRGC ยังอ้างว่ามีเรือจำนวน 25 ลำ รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมัน เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วง “วันและคืนที่ผ่านมา”
-
กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านได้ออกมาประณามการโจมตีของสหรัฐฯ โดยระบุว่าเป็นพฤติกรรมที่ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายน ขณะเดียวกัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โมจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) กล่าวว่า “ประเทศและดินแดนในภูมิภาคนี้จะไม่เป็นโล่กำบังให้กับฐานทัพอเมริกันอีกต่อไป”
-
ปัจจุบัน สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกัน ทว่าข้อพิพาทเกี่ยวกับถ้อยคำในสัญญาที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านรวมถึงมาตรการคว่ำบาตร ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้การบรรลุข้อตกลงล่าช้าออกไป
-
สำนักข่าวกึ่งทางการอย่าง Tasnim รายงานเพิ่มเติมว่า หนึ่งในประเด็นขัดแย้งสำคัญที่อยู่ระหว่างการเจรจา คือ สินทรัพย์ที่ถูกอายัดไว้ของอิหร่านมูลค่า 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยทางรัฐบาลเตหะรานต้องการให้มีการปลดล็อกสินทรัพย์จำนวนครึ่งหนึ่งทันทีเมื่อมีการลงนามในข้อตกลง
ปฏิกิริยาของตลาด (Market Reaction): ราคาน้ำมันดิบดึงดูดแรงซื้อเข้ามาทันทีหลังจากพาดหัวข่าวนี้เผยแพร่ออกไป ณ เวลาที่เขียนรายงาน น้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ปรับตัวสูงขึ้น 2.92% ในระหว่างวัน ซื้อขายอยู่ที่ระดับ $92.15 ต่อบาร์เรล
📊 เจาะลึกตลาด (Market Insights)
ข้อมูลวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและจิตวิทยาตลาดเชิงลึกจากสถานการณ์ล่าสุด:
-
เมื่อวาทกรรมเปลี่ยนเป็นสัญญาณชนวน (Retaliation Threat): ข่าวนี้มีความรุนแรงกว่าการแถลงการณ์ทางการทูตในรอบก่อนหน้า เนื่องจากเป็นคำขู่โดยตรงจาก IRGC (กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม) ซึ่งเป็นหน่วยงานความมั่นคงที่มีอำนาจควบคุมยุทโธปกรณ์และน่านน้ำโดยตรง การที่อิหร่านประกาศว่าข้อตกลงหยุดยิงตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนได้ “พังลงแล้ว” จากการกระทำของสหรัฐฯ ส่งผลให้ Geopolitical Risk Premium ในราคาน้ำมันดีดตัวกลับขึ้นมาอย่างรุนแรงทันที สะท้อนผ่านราคา WTI ที่พุ่งเกือบ 3% มายืนเหนือ $92.15
-
สมการเงินสด 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ และปัญหาทางตันนิวเคลียร์: รายงานจากสำนักข่าว Tasnim แสดงให้เห็นว่าเบื้องหลังที่ข้อตกลงหยุดยิงขยายเวลา 60 วันยังไม่สามารถเซ็นสัญญาได้จริง เป็นเพราะข้อเรียกร้องเชิงโครงสร้างการเงินที่อิหร่านต้องการเงินสด 50% ($1.2 หมื่นล้านดอลลาร์) จากสินทรัพย์ที่ถูกแช่แข็งในทันที ขณะที่สหรัฐฯ นำโดยรัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ยังคงยื้อเวลาเพื่อผูกเงื่อนไขนี้เข้ากับการยุติโครงการนิวเคลียร์ สภาวะทางตันทางการทูต (Diplomatic Deadlock) นี้ทำให้ความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะทางทหารหน้างานในช่องแคบฮอร์มุซมีโอกาสสูงขึ้นเรื่อยๆ
-
การทดสอบระบบขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ: แม้จะมีการโจมตีข้ามคืน แต่การที่ IRGC ระบุว่ามีเรือผ่านไปได้ 25 ลำ แสดงว่าอิหร่านกำลังใช้กลยุทธ์ “ควบคุมและข่มขู่” (Controlled Escalation) คือยังไม่ปิดช่องแคบในทันที แต่พร้อมที่จะปิดล้อมระบบขนส่งพลังงาน 20% ของโลกได้ทุกเมื่อหากสถานการณ์บานปลาย
📝 บทสรุปจาก THAIFRX.COM
THAIFRX Summary: สถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับเข้าสู่โหมดตึงเครียดระดับสูงสุดอีกครั้งหลังคำขู่ตอบโต้จากกองทัพ IRGC ส่งผลให้ความหวังเรื่องสัญญาสันติภาพที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ถูกตั้งคำถามจากนักลงทุน ราคาน้ำมันดิบ WTI ได้แรงหนุนฝั่ง Buy ดันราคาพุ่งขึ้นทดสอบ $92.15 และในทางเทคนิคหากราคาสามารถปิดแท่งวันเหนือระดับนี้ได้ โมเมนตัมขาลงในสัปดาห์ก่อนหน้าจะถูกหักล้างชั่วคราว
คำแนะนำสำหรับเทรดเดอร์: ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบ WTI กำลังวิ่งด้วยแรงขับเคลื่อนทางภูมิรัฐศาสตร์ (News-driven market) มีความผันผวนสูงมาก กลยุทธ์ฝั่ง Buy ปรับกลับมาได้เปรียบในระยะสั้นตามกระแสข่าว แนะนำให้เน้นการเข้าซื้อตามแนวโน้มเมื่อราคาตื้นย่อตัว (Buy on Dips) โดยวางแนวรับสำคัญรอบนี้ไว้ที่ $91.00 และ $90.20 โดยมีเป้าหมายทำกำไรถัดไปที่ $93.50 และแนวต้านถัดไปที่ $95.00 ตามลำดับ ควบคุมความเสี่ยงและตั้ง Stop Loss ทุกครั้งเนื่องจากราคาสามารถพลิกผันได้ทันทีหากมีข่าวความคืบหน้าเรื่องการเจรจาสินทรัพย์ 24 พันล้านดอลลาร์




