“ราคาทองคำขยับขึ้นหลังสหรัฐฯ-อิหร่านยืนยันข้อตกลงยุติสงคราม“
-
ทองคำรีบาวด์แตะระดับสูงสุดในรอบสัปดาห์: ราคาทองคำ (XAU/USD) ดีดตัวกลับขึ้นมาดึงดูดแรงซื้อจนแตะระดับสูงสุดในรอบสัปดาห์ในช่วงเปิดตลาดเอเชียวันจันทร์ เนื่องจากตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อและการต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง หลังจากการบรรลุข้อตกลงกรอบสันติภาพประวัติศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
-
รายละเอียดเงื่อนไขและเสรีภาพการเดินเรือ: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าข้อตกลงนี้จะทำให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดให้เดินเรือได้อย่าง “เสรีและไร้ค่าผ่านทางอย่างถาวร” ด้านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านระบุว่า การเจรจาในกรอบเวลา 60 วันหลังจากนี้จะขึ้นอยู่กับว่าสหรัฐฯ ทำตามข้อตกลง 3 ข้อหรือไม่ คือ ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล, ยุติปฏิบัติการทางทหารทั้งหมด และคืนทรัพย์สินที่ถูกอายัดของอิหร่าน
-
เพดานทางเทคนิคยังกดดันภาพรวมใหญ่: แม้ราคาจะดีดกลับขึ้นมา (Rebound) แต่แนวโน้มหลักในภาพทางเทคนิครายวัน (Daily Chart) ยังคงอยู่ในช่วง ปรับฐานขาลง (Corrective Downbeat Phase) เนื่องจากราคายังเคลื่อนไหวอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ย 100 วัน (100-day SMA) และต่ำกว่าเส้นกึ่งกลาง Bollinger Band อย่างชัดเจน
-
ความน่าจะเป็นเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยเฟดลดลง: เครื่องมือ CME FedWatch Tool ชี้ว่าหลังจากมีข่าวสันติภาพนี้ นักลงทุนได้ปรับลดคาดการณ์โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม 2026 ลงมาอยู่ที่ประมาณ 64% (จาก 69% ในสัปดาห์ก่อน) ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อทองคำในระยะสั้น
📊 ข้อมูลเพิ่มเติมและมุมมองตลาด (Market Insights)
แม้หน้าข่าวจะพาดหัวว่า “Gold advances” (ทองคำขยับขึ้น) ทว่าทีมงาน THAIFRX อยากให้นักลงทุนตรวจสอบโครงสร้างราคาและพฤติกรรมของตลาดอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการติดดอย:
-
การดีดตัวบนความเปราะบาง (Short-covering Rebound): การพุ่งขึ้นในเช้าวันจันทร์นี้ไม่ได้เกิดจากแรงซื้อสะสมทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (เพราะสงครามกำลังจะจบ ซึ่งเป็นลบต่อทองคำ) แต่เป็นการรีบาวด์ทางเทคนิคหลังจากที่ราคาทองคำโดนทุบอย่างหนักหน่วงติดต่อกันมาหลายวันก่อนหน้านี้จนเข้าเขต Oversold รวมถึงการปรับสถานะของนักเทรด (Square positions) เพื่อลดความเสี่ยงก่อนเข้าสู่การประชุมเฟด (Fed) สัปดาห์นี้
-
ดอลลาร์อ่อนค่าชั่วคราวช่วยพยุง: ปัจจัยที่ทำให้ทองคำรีบาวด์ได้ในเซสชันเอเชีย ส่วนหนึ่งมาจากการที่ดอลลาร์สหรัฐ (USD) อ่อนค่าลงชั่วคราวตามกลไก Risk-On (ตลาดคลายกังวลความตึงเครียด) แต่ตราบใดที่โครงสร้างใหญ่ของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ยังทรงตัวในระดับสูง โอกาสที่ทองคำจะวิ่งเป็นขาขึ้นยาวๆ ยังคงเป็นไปได้ยาก
📈 แนวรับ – แนวต้านสำคัญทางเทคนิค (Daily Chart)
จากข้อมูลอินดิเคเตอร์เชิงเทคนิคในกราฟรายวัน ระดับราคาสำคัญที่ห้ามมองข้ามมีดังนี้:
-
แนวต้าน (Resistance) – โซนจำกัดแรงฟื้นตัว:
-
แนวต้านที่ 1:
$4,415(เส้นกึ่งกลาง Bollinger Middle Band – ด่านสำคัญที่ฝั่ง Buy ต้องผ่านเพื่อล้างสัญญาณลบระยะสั้น) -
แนวต้านที่ 2:
$4,685(เส้นบน Upper Bollinger Band) -
แนวต้านยุทธศาสตร์:
$4,762(เส้นค่าเฉลี่ย 100-day SMA เป็นกำแพงเหล็กหนาหน่วงของเทรนด์ใหญ่)
-
-
แนวรับ (Support) – เป้าหมายฝั่งขาย:
-
แนวรับที่ 1:
$4,142(เส้นล่าง Lower Bollinger Band จุดทดสอบแรกหากหมดแรงรีบาวด์) -
แนวรับที่ 2:
$4,000(แนวรับจิตวิทยาและจุดต่ำสุดเดิมของสัปดาห์ก่อน หากหลุดตรงนี้จะเปิด Downside มหาศาล)
-
📝 บทสรุปมุมมองและกลยุทธ์จาก THAIFRX.COM
“ทองคำรีบาวด์หลอกในเทรนด์ขาลง – เน้นหาจังหวะเด้ง Sell ใต้แนวต้าน”:
ทาง THAIFRX.COM ประเมินว่า การดีดตัวของราคาขยับขึ้นมาในเช้าวันนี้ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ที่กำลังรอเปิดสถานะ Sell/Short ตามแนวโน้มหลัก เนื่องจากดัชนี RSI ที่ระดับ 42 บ่งชี้ว่าโมเมนตัมฝั่งซื้อยังอ่อนแอมาก และตลาดภาพใหญ่ยังคงถูกควบคุมโดยฝั่งขายตราบใดที่ราคาไม่สามารถทะลุยืนเหนือ
$4,415ได้💡 แนะนำกลยุทธ์การเทรด:
เน้นกลยุทธ์ “Rallies to be sold into” (เด้งเพื่อ Sell) รอให้ราคาฟื้นตัวหรือถ้าแรงดีดพาไปถึงกรอบกึ่งกลางบริเวณ
$4,415แล้วเริ่มมีสัญญาณกลับตัวหรือแท่งเทียนปฏิเสธราคา ให้พิจารณาเปิดสถานะ Sell โดยวางจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ไว้เหนือแนวต้านนั้นๆ และตั้งเป้าหมายทำกำไรระยะยาวที่บริเวณแนวรับด้านล่าง$4,142และจุดต่ำสุดเดิมใกล้ระดับ$4,000ครับ




