“ถ้อยแถลงลาการ์ด: เราเริ่มเห็นผลกระทบระลอกสอง (Second-round effects) แล้ว“
-
ยินดีต่อเสถียรภาพที่ช่องแคบฮอร์มุซ: คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อการบรรลุข้อตกลงกรอบสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่งส่งผลดีอย่างยิ่งต่อความมั่นคงและการกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) อันเป็นจุดยุทธศาสตร์ส่งออกน้ำมันของโลก
-
เตือนภัยเงินเฟ้อรอบสอง (Second-round effects): ลาการ์ดระบุว่า ขณะนี้ ECB เริ่มเห็นสัญญาณของ “Second-round effects” หรือผลกระทบระลอกสองของเงินเฟ้อแล้ว (หมายถึงการที่ราคาสินค้าและพลังงานที่สูงก่อนหน้านี้ ได้เริ่มลุกลามเข้าไปกดดันให้ค่าจ้างแรงงานและต้นทุนการผลิตอื่นๆ ปรับตัวสูงขึ้นตามเป็นลูกโซ่)
-
เพ่งเล็งภาคบริการอย่างใกล้ชิด: เธอย้ำว่าทางธนาคารกลางกำลังจับตาดูแนวโน้มเงินเฟ้อใน “ภาคบริการ (Services)” อย่างละเอียดและใกล้ชิดที่สุด เนื่องจากเป็นส่วนที่สะท้อนถึงอุปสงค์ภายในประเทศและต้นทุนค่าจ้างที่ฝังลึก ซึ่งลดลงได้ยากกว่าเงินเฟ้อภาคสินค้าทั่วไป
-
ปฏิกิริยาตอบรับของตลาด (Market Reaction): ทันทีที่ถ้อยแถลงนี้เผยแพร่ออกมา คู่เงิน EUR/USD ดีดตัวพุ่งขึ้นทันที 0.40% ในระหว่างวัน ขยับขึ้นมาซื้อขายอยู่ที่ระดับ 1.1615 ในช่วงสายของวันจันทร์
📊 ข้อมูลเพิ่มเติมและมุมมองตลาด (Market Insights)
คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคของ ลาการ์ด ซ่อนนัยสำคัญเชิงนโยบายการเงินที่ทีมงาน THAIFRX สรุปออกมาได้ดังนี้ครับ:
-
สัญญาณสายเหยี่ยว (Hawkish Signal): คำว่า “Second-round effects” และการเน้นย้ำเรื่อง “ภาคบริการ” เป็นรหัสลับที่บ่งชี้ว่า ECB กำลังกังวลว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) จะฝังตัวแน่นและลดลงยากขึ้น (Sticky Inflation) สิ่งนี้ส่งสัญญาณว่า ECB อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรือคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงยาวนานกว่าที่ตลาดเคยคาดไว้ เพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อระลอกใหม่
-
หนุนค่าเงินยูโร (Euro Bullish): ในขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ เริ่มลดความคาดหวังเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยลงหลังจากมีดีลสันติภาพ (ตามข้อมูล CME FedWatch) แต่ฝั่งยุโรปกลับส่งสัญญาณกังวลเงินเฟ้อระลอกสอง ความต่างของทิศทางนโยบายการเงิน (Policy Divergence) ชั่วคราวนี้ จึงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้เงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในวันนี้
📈 แนวรับ – แนวต้านสำคัญทางเทคนิค (EUR/USD)
จากการดีดตัวทะลุระดับจิตวิทยา 1.1600 ขึ้นมา โครงสร้างทางเทคนิคระยะสั้นมีระดับสำคัญที่น่าจับตาดังนี้:
-
แนวต้าน (Resistance):
-
แนวต้านที่ 1:
1.1655 - 1.1676(โซนแข็งแกร่งซึ่งเป็นจุดบรรจบกันของเส้นค่าเฉลี่ย 50-day และ 200-day SMA) -
แนวต้านที่ 2:
1.1689(เส้นค่าเฉลี่ย 100-day SMA บนกราฟรายวัน) -
แนวต้านถัดไป:
1.1745
-
-
แนวรับ (Support):
-
แนวรับที่ 1:
1.1600(ด่านจิตวิทยาเดิมที่เพิ่งทะลุขึ้นมา ตอนนี้เปลี่ยนทำหน้าที่เป็นแนวรับย่อย) -
แนวรับที่ 2:
1.1578 - 1.1590(โซน Pivot สำคัญของกรอบราคาเดิม) -
แนวรับใหญ่:
1.1500 / 1.1483(จุดต่ำสุดเดิมของเดือนก่อน หากหลุดตรงนี้เทรนด์ขาลงใหญ่จะกลับมาทำงาน)
-
📝 บทสรุปมุมมองและกลยุทธ์จาก THAIFRX.COM
“ยูโรได้แรงหนุนถ้อยแถลงสายเหยี่ยว – ระยะสั้นลุ้นทดสอบโซนด่าน SMA”: ทาง THAIFRX.COM มองว่า ถ้อยแถลงของลาการ์ดช่วยสร้างแรงส่ง (Momentum) ให้ฝั่ง Buy/Long ของคู่เงิน EUR/USD กลับมาได้เปรียบในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ภาพรวมทางเทคนิครายสัปดาห์ยังคงเผชิญแรงกดดันจากเทรนด์ขาลงเดิม ดังนั้นการปรับตัวขึ้นรอบนี้จึงเป็นการ “รีบาวด์เพื่อทดสอบแนวต้านใหญ่”
💡 แนะนำกลยุทธ์การเทรด:
นักเทรดระยะสั้น (Scalping/Day Trade): สามารถตามน้ำฝั่ง Buy เพื่อลุ้นทำกำไรสั้นๆ ไปยังโซนแนวต้าน
1.1655 - 1.1670โดยตั้ง Stop Loss ไว้ใต้ระดับ1.1590นักเทรดระยะกลาง (Swing Trade): แนะนำให้ “ชะลอการ Buy” แล้วไปรอสังเกตพฤติกรรมราคาที่โซนแนวต้านหนาแน่นแถว
1.1670 - 1.1690หากราคาไม่สามารถผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 100-day และ 200-day SMA ไปได้ และเกิดสัญญาณกลับตัว (Rejection) ให้พิจารณาเปิดสถานะ Sell ตามเทรนด์ใหญ่เพื่อเก็บกำไรคำโตด้านล่างครับ




