สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ WTI ในเช้าวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ยังคงเผชิญความผันผวนอย่างหนัก โดยราคาวิ่งอยู่เหนือระดับ $65.50 ท่ามกลางกระแสข่าวที่ตัดกันระหว่าง “ความกังวลสงครามการค้า” และ “ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์” ครับ
สรุปประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันในขณะนี้:
1. ปัจจัยลบ: ความกังวลเรื่องสงครามการค้า (Trade War Fears)
-
การขึ้นภาษี 15%: การที่ทรัมป์ประกาศยกระดับภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% สร้างความกังวลว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกจะชะลอตัวลง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ ความต้องการใช้น้ำมัน (Demand) ในอนาคต
-
ดอลลาร์แข็งค่า: นโยบายภาษีมักทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) แข็งค่าขึ้น ซึ่งตามปกติจะทำให้ราคาน้ำมัน (ซึ่งซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์) มีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น กดดันให้ราคามีทิศทางเป็นลบ (Red)
2. ปัจจัยบวก: ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน (US-Iran Tensions)
-
ความเสี่ยงด้านอุปทาน (Supply Risk): ราคาน้ำมันยังไม่ร่วงหลุดแรงเพราะได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความกังวลว่าอิหร่านอาจตอบโต้มาตรการภาษีหรือความขัดแย้งทางทหารด้วยการรบกวนการขนส่งน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)
-
Risk Premium: ตลาดได้ใส่ “ค่าความเสี่ยง” (War Premium) เข้าไปในราคาแล้วประมาณ $5-$10 ทำให้ราคายังสามารถประคองตัวอยู่เหนือระดับ $65 ได้แม้เศรษฐกิจโลกจะดูเปราะบาง
วิเคราะห์ระดับราคาสำคัญ (WTI Crude Oil)
ข้อมูลทางเทคนิคล่าสุดชี้ให้เห็นกรอบการเคลื่อนไหวที่สำคัญดังนี้ครับ:
| ระดับราคา | ความสำคัญ | มุมมองทางเทคนิค |
| $72.00 – $75.00 | แนวต้านใหญ่ | โซนที่ราคาอาจพุ่งไปถึงหากเกิดการปะทะกันทางทหารในตะวันออกกลาง |
| $66.50 | แนวต้านแรก | จุดสูงสุดเดิมที่ราคาพยายามทดสอบแต่ยังไม่ผ่านในสัปดาห์ที่แล้ว |
| $65.70 – $65.80 | ระดับราคาปัจจุบัน | ราคาทรงตัวในแดนลบ (Red) แต่พยายามรักษาฐาน |
| $64.30 | แนวรับแรก | เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นที่ทำหน้าที่เป็นจุดรับแรกของวัน |
| $62.00 | แนวรับสำคัญ | ฐานราคาที่แข็งแกร่งที่สุดในเดือนนี้ หากหลุดระดับนี้เทรนด์จะเสียทรง |
บทสรุปและคำแนะนำ
“สงครามการค้ากดดันอุปสงค์ แต่สงครามจริงพยุงอุปทาน” คือสถานการณ์ของ WTI ในวันนี้ครับ แนะนำให้นักลงทุนระวังช่วงคืนวันอังคาร (24 ก.พ.) ที่ทรัมป์จะแถลง State of the Union เพราะจะมีความชัดเจนเรื่องนโยบายพลังงานและภาษี ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันเลือกข้างชัดเจนขึ้น



