ข่าวจาก Financial Times (2 เมษายน 2026) ระบุว่ากลุ่มประเทศแถบอ่าวอาหรับ (Gulf Nations) กำลังพิจารณาโครงการก่อสร้าง “โครงข่ายท่อส่งน้ำมันใหม่” เพื่อเลี่ยงการพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากที่อิหร่านเข้าควบคุมเส้นทางยุทธศาสตร์นี้อย่างเบ็ดเสร็จมานานกว่า 1 เดือน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งจ่อระดับ $100 อีกครั้ง
ทางรอดหรือทางตัน? กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับเร่งหา “ทางเลี่ยง” ช่องแคบฮอร์มุซ หลังวิกฤตอิหร่านยืดเยื้อ
สรุปเนื้อหาสำคัญจาก FT (อัปเดต 2 เมษายน 2026):
-
ความเปราะบางของเส้นทางหลัก: ปัจจุบันช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันกว่า 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน (1 ใน 5 ของโลก) ติดค้างอยู่ภายในอ่าว ทำให้ชาติอาหรับต้องดิ้นรนหาทางระบายน้ำมันออกสู่ตลาดโลก
-
ข้อจำกัดของท่อส่งปัจจุบัน: * ซาอุดีอาระเบีย: ท่อส่ง East-West (Petroline) ยาว 1,200 กม. กำลังทำงานเต็มกำลังที่ 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพื่อส่งน้ำมันไปยังทะเลแดง (เมือง Yanbu)
-
UAE: ท่อส่ง Habshan-Fujairah ทำงานเต็มที่ที่ 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไปยังอ่าวโอมาน
-
ปัญหาคือ: ท่อที่มีอยู่รับน้ำมันได้เพียง “เศษเสี้ยว” ของปริมาณส่งออกทั้งหมด ทำให้ซาอุฯ และ UAE ยังมีน้ำมันตกค้างมหาศาล
-
-
แผนงานใหม่สุดล้ำ: ชาติสมาชิก GCC กำลังพิจารณาโครงการที่ซับซ้อนขึ้น เช่น การสร้างเครือข่ายรถไฟบรรทุกน้ำมัน ท่อส่งใหม่ที่เชื่อมต่อคาบสมุทรอาหรับไปยังเมดิเตอร์เรเนียนผ่าน ท่าเรือ Haifa และโครงการระเบียงเศรษฐกิจ IMEC เพื่อเลี่ยงคอขวดนี้อย่างถาวร
-
อุปสรรคสำคัญ: ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าโครงการเหล่านี้ต้องใช้เงินทุนมหาศาล มีความซับซ้อนทางการเมืองสูง และที่สำคัญคือ “ต้องใช้เวลาหลายปี” กว่าจะเสร็จสิ้น ซึ่งไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนในปัจจุบันได้ทันที
🔍 ข้อมูลเพิ่มเติม (Market Insights – 2 เมษายน 2026)
-
The $100 Battle: ราคาน้ำมันดิบ WTI ดีดตัวขึ้นถึง 6.10% มาอยู่ที่ $99.96 ทันทีที่มีข่าวนี้ เพราะตลาดมองว่านี่คือการยอมรับกลายๆ ของกลุ่มประเทศอ่าวว่า “สงครามอาจยืดเยื้อ” และความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซอาจไม่กลับมาเหมือนเดิมในเร็วๆ นี้
-
Supply Squeeze: ข้อมูลจาก IEA ระบุว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นการ “หยุดชะงักของอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์” ส่งผลให้ค่าพรีเมียมความเสี่ยง (Risk Premium) ในราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่า $15 ต่อบาร์เรล
-
Inflation Spike: การที่ราคาน้ำมันยืนเหนือ $100 จะสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะ ECB ที่เพิ่งปรับลดคาดการณ์ GDP และเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2026 ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน
📊 บทวิเคราะห์และบทสรุปจาก THAIFRX.COM
“ท่อส่งน้ำมันใหม่คือแผนระยะยาว แต่ ‘ความกลัว’ คือปัจจัยระยะสั้นที่ดันราคา”
-
บทวิเคราะห์: ข่าวนี้เป็นดาบสองคม ในด้านหนึ่งมันแสดงถึงความพยายามแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง แต่ในอีกด้านมันตอกย้ำว่า “ช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่เส้นทางที่ปลอดภัยอีกต่อไป” การที่น้ำมัน WTI พุ่งจ่อ $100 สะท้อนว่าตลาดกำลังเก็งกำไรบนความล้มเหลวของการเจรจาสันติภาพที่ทรัมป์เพิ่งแถลงไป
-
ระดับราคาที่ต้องจับตา:
-
WTI Oil: แนวต้านถัดไปคือ $103.00 และ $105.00 หากทะลุได้มีโอกาสเห็น $120 ตามที่นักวิเคราะห์บางค่ายคาดการณ์
-
USD/CAD: คู่เงินนี้จะผันผวนหนัก เพราะแม้แคนาดาจะได้ประโยชน์จากน้ำมันแพง แต่ความเสี่ยง Recession โลกจะกดดันค่าเงิน CAD ไว้
-
-
กลยุทธ์การเทรด: สำหรับเทรดเดอร์น้ำมัน แนะนำให้ระวังแรงเทขายทำกำไรบริเวณ $100.00 แต่แนวโน้มหลักยังเป็นขาขึ้น (Uptrend) อย่างแข็งแกร่งจนกว่าจะมีข่าวการ “เปิดช่องแคบ” อย่างเป็นทางการ





