5 พฤษภาคม 2026
นักยุทธศาสตร์จาก ING (Warren Patterson และ Ewa Manthey) ระบุว่าราคาทองคำยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยลงมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ $4,500/ออนซ์ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Yield) ที่พุ่งสูงขึ้นและค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า กลายเป็นปัจจัยลบที่กดดันสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ข้อมูลเชิงลึกจากตลาด (Market Insights)
-
ความกังวลเงินเฟ้อหนุน Yield: ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลให้ความกังวลด้านเงินเฟ้อทวีความรุนแรงขึ้น ตลาดจึงคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะคงอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่เคยประเมินไว้ ปัจจัยนี้ทำให้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มีความน่าดึงดูดมากกว่าทองคำในสายตานักลงทุน
-
กระแสเงินไหลออกจากกองทุน ETF: นับตั้งแต่เริ่มเกิดความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย การถือครองทองคำผ่านกองทุน ETF ลดลงมากกว่า 2.2% สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันกำลังโยกย้ายเงินทุนไปยังสินทรัพย์อื่นที่ได้รับอานิสงส์จากดอกเบี้ยขาขึ้น
-
แรงเก็งกำไรต่ำสุดในรอบ 2 ปี: สถานะซื้อสุทธิ (Net Long) ของกลุ่ม Managed Money ในตลาด COMEX ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2024 แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของนักเก็งกำไรต่อทองคำเริ่มสั่นคลอน
-
จุดโฟกัสที่เปลี่ยนไป: ปัจจุบันตลาดทองคำให้น้ำหนักกับ “อัตราผลตอบแทนพันธบัตร” และ “ทิศทางดอกเบี้ย” มากกว่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ซึ่งเป็นภาวะที่ผิดปกติสำหรับทองคำในช่วงสงคราม
บทสรุปจาก THAIFRX.COM
ทองคำในขณะนี้กำลังเผชิญกับภาวะ “Paradox” (ย้อนแย้ง) แม้จะมีสงครามระอุในฮอร์มุซ แต่ราคาน้ำมันที่แพงจนดันเงินเฟ้อและดอกเบี้ยให้สูงขึ้น กลับกลายเป็น “ยาพิษ” ที่กดดันราคาเรือธงของสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำเสียเอง
กลยุทธ์แนะนำ: ตราบใดที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ยังไม่พักตัว ทองคำจะยังคงถูกกดดันบริเวณแนวรับ $4,500 แนะนำให้นักลงทุนติดตามตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ (NFP) ในวันศุกร์นี้อย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นตัวกำหนดทิศทาง Yield และทองคำในระยะถัดไป





