ดีลส่อล่ม! อิหร่านชี้การเจรจา “ไม่สมเหตุสมผล” หลังอิสราเอลถล่มเลบานอนยับ — Reuters
สรุปเนื้อหาข่าวสำคัญ (อัปเดต 9 เมษายน 2026, 08:24 น. เวลาไทย):
-
สัญญาณลบจากการเจรจา: นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ คาลิบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน ระบุว่าการเดินหน้าเจรจาสันติภาพถาวรกับสหรัฐฯ เป็นเรื่อง “ไม่สมเหตุสมผล” (Unreasonable) ตราบใดที่การโจมตีในภูมิภาคยังไม่หยุดลง
-
อิสราเอลขยายวงสงคราม: แม้จะมีการประกาศหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านได้ไม่ถึงวัน แต่อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสงคราม โดยถล่มเป้าหมายกว่า 100 แห่ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน
-
อิหร่านขู่โต้กลับ: เตหะรานมองว่าการกระทำของอิสราเอลคือการละเมิดเงื่อนไขหยุดยิง และประกาศเตรียมพร้อมตอบโต้ ซึ่งสร้างความตึงเครียดอย่างหนักก่อนการเจรจาที่กำลังจะมาถึง
-
สหรัฐฯ ยังเดินหน้า: ทำเนียบขาวประกาศส่งรองประธานาธิบดี JD Vance นำคณะผู้แทนมุ่งหน้าสู่กรุงอิสลามาบัด ปากีสถาน เพื่อเปิดการเจรจารอบแรกในเช้าวันเสาร์นี้ตามเวลาท้องถิ่น แม้สถานการณ์ภาคสนามจะยังคงมีการสู้รบก็ตาม
🔍 ข้อมูลเพิ่มเติม (Market Insights – 9 เมษายน 2026)
-
Fragile Truce (การหยุดยิงที่เปราะบาง): ตลาดเริ่มตระหนักว่าการหยุดยิงครั้งนี้ “ไม่ได้รวมอิสราเอลเข้าไว้ด้วย” อย่างเบ็ดเสร็จ การที่อิสราเอลยังคงเดินหน้ากวาดล้างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน กลายเป็นชนวนเหตุสำคัญที่อาจทำให้อิหร่านปฏิเสธการเปิดช่องแคบฮอร์มุซถาวร
-
Oil Market Rebound: ราคาน้ำมันดิบ WTI เริ่มดีดตัวกลับ (Rebound) ขึ้นมาเหนือระดับ $91.40 ทันทีที่ข่าว “การเจรจาไม่สมเหตุสมผล” แพร่ออกไป สะท้อนว่าความหวังเรื่องอุปทานน้ำมันที่จะไหลลื่นผ่านฮอร์มุซเริ่มมีความไม่แน่นอนอีกครั้ง
-
Diplomatic Pressure on Pakistan: ปากีสถานในฐานะตัวกลางกำลังเผชิญแรงกดดันมหาศาลในการรั้งให้ทั้งสองฝ่ายยอมนั่งโต๊ะเจรจาในวันเสาร์นี้ หากอิหร่านบอยคอตการประชุม ตลาดการเงินจะกลับเข้าสู่โหมด “ปิดรับความเสี่ยง” (Risk-off) อย่างรุนแรงทันที
📊 บทสรุปและวิเคราะห์จาก THAIFRX.COM
“ดีลลวงหรือสันติภาพจริง? เมื่อเงาของอิสราเอลทาบทับโต๊ะเจรจาที่อิสลามาบัด”
-
บทวิเคราะห์: สถานการณ์ในตอนนี้คือภาวะ “Fake Ceasefire” ในมุมมองของอิหร่าน การที่ทรัมป์ประกาศหยุดยิงแต่ไม่สามารถควบคุมอิสราเอลได้ ทำให้อิหร่านเสียเปรียบเชิงยุทธศาสตร์ หากอิหร่านตัดสินใจไม่เข้าร่วมการเจรจาในวันเสาร์นี้ ราคาน้ำมันและทองคำที่ย่อตัวลงมาเมื่อวานจะพุ่งกลับขึ้นไปทำ High ใหม่ทันที
-
ผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์:
-
WTI Crude Oil: มีโอกาสกลับไปทดสอบแนวต้าน $95.00 – $98.00 หากท่าทีของเตหะรานยังคงแข็งกร้าว
-
XAU/USD (ทองคำ): จะกลับมาเป็นที่ต้องการอีกครั้งในฐานะ Safe-haven เป้าหมายอยู่ที่ $4,850+
-
USD: ดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเมื่อวาน อาจได้รับแรงซื้อกลับ (Short Covering) จากความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น
-
-
กลยุทธ์การเทรด: “Protect Your Profits” สำหรับผู้ที่เปิดสถานะ Sell น้ำมันหรือดอลลาร์ไว้เมื่อวาน แนะนำให้ขยับจุด Stop Loss มาล็อกกำไรไว้ หรือปิดสถานะเพื่อรอดูท่าที เนื่องจากพาดหัวข่าวในช่วง 48 ชั่วโมงก่อนวันเสาร์จะมีความผันผวนรุนแรงมาก





