spot_img
หน้าแรกANALYSIS BY THAIFRXจีนรอดพ้นภาวะเงินฝืดในปี 2025 หลังจากดัชนี CPI เดือนธันวาคมพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 34 เดือน

จีนรอดพ้นภาวะเงินฝืดในปี 2025 หลังจากดัชนี CPI เดือนธันวาคมพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 34 เดือน

จีนรอดพ้นภาวะเงินฝืดในปี 2025 หลังจากดัชนี CPI เดือนธันวาคมพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 34 เดือน ซึ่งประกาศโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) ในเช้าวันนี้ (9 มกราคม 2569) ครับ

 


📊 ตัวเลขเงินเฟ้อจีนเดือนธันวาคม 2025 (พ.ศ. 2568)

  • CPI รายปี (YoY): เพิ่มขึ้น 0.8% (สูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2023 หรือในรอบเกือบ 3 ปี)

  • CPI รายเดือน (MoM): เพิ่มขึ้น 0.2% (พลิกจากติดลบ -0.1% ในเดือนพฤศจิกายน)

  • เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI): ทรงตัวที่ 1.2% (สะท้อนว่ากำลังซื้อสินค้าทั่วไปเริ่มนิ่งและขยับขึ้นช้า ๆ)

 


💡 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้จีนรอดพ้นภาวะเงินฝืด (Deflation)

1. ราคาอาหารพุ่งสูง (Food Price Bounce)

ราคาอาหารที่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.1% (YoY) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 14 เดือน โดยเฉพาะ:

  • ผักสด: ราคาพุ่งแรงถึง 18.2%

  • เนื้อวัว: ราคาเพิ่มขึ้น 6.9% * แม้ราคาเนื้อหมูจะยังติดลบที่ -14.6% แต่ถือว่าการหดตัวเริ่มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงกลางปี

 

2. มาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ (Policy Support)

นโยบาย “Consumer Goods Trade-in” หรือมาตรการนำของเก่ามาแลกซื้อของใหม่ที่รัฐบาลจีนนำมาใช้ตลอดปี 2025 เริ่มส่งผลชัดเจน:

  • ราคาเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเพิ่มขึ้น 5.9%

  • ภาคบริการอย่างการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 2.1% และบริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้น 2.9%

 

3. ความต้องการช่วงเทศกาลปีใหม่

ความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลปีใหม่และตรุษจีน ช่วยดึงให้ดัชนีราคาสินค้าในเมืองขยับขึ้น 0.9% และในเขตชนบทเพิ่มขึ้น 0.6%


⚠️ ข้อควรระวัง: ศึกเงินฝืดยังไม่จบสิ้น

แม้ตัวเลขเดือนธันวาคมจะดูดี แต่ภาพรวมทั้งปี 2025 ยังคงน่ากังวล:

  • ค่าเฉลี่ยทั้งปี 2025: เงินเฟ้อ CPI จบที่ 0.0% (Stay Flat) ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาลที่ตั้งไว้ที่ “ประมาณ 2%” อย่างมาก

  • ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI): ยังคงติดลบที่ -1.9% ในเดือนธันวาคม (แม้จะดีขึ้นจาก -2.2%) แต่นี่คือการติดลบติดต่อกันเป็นเดือนที่ 39 บ่งชี้ว่าภาคโรงงานยังคงเผชิญกับการตัดราคาและอุปสงค์โลกที่อ่อนแอ

 


🎯 ผลกระทบต่อตลาด (Market Reaction)

ตลาดมองว่านี่เป็นสัญญาณ “การฟื้นตัวที่เปราะบาง” ทำให้ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD/USD) ย่อตัวลงมาที่ 0.6690 เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังว่าจีนจะต้อง “ออกมาตรการกระตุ้นที่แรงกว่านี้” อีกในปี 2026 เพื่อสู้กับกำแพงภาษีจากสหรัฐฯ ในยุคทรัมป์ 2

spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Technical Summary Widget Powered by Investing.com

ANALYSIS BY THAIFRX