“ดัชนีดอลลาร์สหรัฐร่วงหลุดระดับ 101.50 หลังตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ออกมาตามคาด ทำให้น้ำหนักเก็งกำไรเฟดขึ้นดอกเบี้ยชะลอตัวลง”
📈 ข้อมูลเพิ่มเติมและบทวิเคราะห์ตลาด (Market Insights)
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ซึ่งทำหน้าที่วัดมูลค่าเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้า 6 สกุลเงินหลักของโลก ปรับตัวลดลงต่อเนื่องลงมาซื้อขายเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 101.40 ในช่วงต้นเซสชันยุโรปวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2026 โดยทิศทางดอลลาร์ถูกกดดันจากการปรับมุมมองนโยบายการเงินของนักลงทุนในตลาดหลังจากการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ดังนี้:
-
เงินเฟ้อ PCE รายเดือนต่ำกว่าคาด ดับความร้อนแรงของดอลลาร์: จากรายงานของสำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐฯ (BEA) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แม้ว่าดัชนีเงินเฟ้อทั่วไป (Headline PCE) เดือนพฤษภาคมจะเร่งตัวขึ้นสู่ 4.1% YoY และดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) จะขยับขึ้นสู่ 3.4% YoY (ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023) ทว่าตัวเลขทั้งสองนี้ออกมา “ตรงตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้” ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเลขเทียบแบบรายเดือน (MoM) เพิ่มขึ้นเพียง 0.4% ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดประเมินไว้ที่ 0.5% ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลว่าเงินเฟ้อจะหลุดการควบคุม
-
CME FedWatch เผยแรงเก็งกำไรเฟดขึ้นดอกเบี้ยลดลงชัดเจน: หลังจากตัวเลขรายเดือนชะลอตัวลงเล็กน้อย เครื่องมือ CME FedWatch Tool ระบุว่า ตลาดปรับลดน้ำหนักโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมเดือนกรกฎาคมลงเหลือ 28.9% (จากเดิม 34.2%) ขณะที่โอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนก็ปรับลดลงมาอยู่ที่ 60.1% (จากเดิม 65.7% ในวันพุธ) ส่งผลให้เกิดแรงเทขายทำกำไรดอลลาร์สหรัฐออกมาในระยะสั้น
-
ความเห็นก้ำกึ่งจากเจ้าหน้าที่เฟด (Fed Officials’ Tone): ทางด้านความคิดเห็นของสมาชิกเฟดยังคงมีความระมัดระวัง โดย จอห์น วิลเลียมส์ (John Williams) ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก มองว่าระดับอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน “อยู่ในจุดที่เหมาะสมแล้ว” ในการควบคุมเงินเฟ้อ ขณะที่ ออสตัน กูลส์บี (Austan Goolsbee) ประธานเฟดสาขาชิคาโก ตั้งข้อสังเกตว่าเริ่มเห็น “แสงสว่างแห่งความหวัง” จากเงินเฟ้อในภาคบริการที่ชะลอตัวลง แต่ก็ยังเตือนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อพื้นฐานภาพรวมยังคงอยู่ในระดับที่สูงเกินไปและยังเคลื่อนที่ผิดทิศทางอยู่
-
ปัจจัยถัดไปที่ต้องจับตา: สำหรับช่วงค่ำวันนี้ ตลาดรอติดตามการประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (Michigan Consumer Sentiment Index) ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญที่สะท้อนทิศทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมการใช้จ่ายของฝั่งสหรัฐฯ ในปัจจุบัน
📊 แนวรับ – แนวต้านสำคัญ (Support & Resistance Levels)
จากการวิเคราะห์กรอบโครงสร้างราคาทางเทคนิคของดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY):
-
แนวต้านสำคัญ (Resistance):
-
แนวต้านที่ 1:
101.50(ระดับแนวรับย่อยที่เพิ่งหลุดลงมาและเปลี่ยนหน้าที่เป็นแนวต้านแรก) -
แนวต้านที่ 2:
101.80(จุดสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งปีที่ทำไว้เมื่อวันพุธที่ผ่านมา) -
แนวต้านที่ 3:
102.20(โซนแนวต้านหลักทางโครงสร้างราคาในระยะกลาง)
-
-
แนวรับสำคัญ (Support):
-
แนวรับที่ 1:
101.20(ฐานรับทางเทคนิคอินทราเดย์ของสัปดาห์นี้) -
แนวรับที่ 2:
100.80(ระดับแนวรับจิตวิทยาและฐานราคาหนาแน่น) -
แนวรับที่ 3:
100.20(โซนแนวรับใหญ่ในไทม์เฟรมรายสัปดาห์)
-
📝 บทสรุปทิศทางตลาดจาก THAIFRX.COM
THAIFRX Market Executive Summary: ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) กำลังเข้าสู่ช่วงปรับฐานทางเทคนิค (Technical Correction) หลังจากที่เดินหน้าแข็งค่าขึ้นอย่างรุนแรงก่อนหน้านี้ การที่เงินเฟ้อ PCE ประจำเดือนพฤษภาคมออกมาตามนัดและมีตัวเลขรายเดือนที่ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ได้ช่วยลดแรงกดดันและชะลอกระแสความเร่งรีบของเฟดในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในไตรมาสที่ 3 ส่งผลให้สินทรัพย์อื่น ๆ เช่น เงินยูโร เงินปอนด์ และเงินเยน สลับหน้ากันรีบาวด์ขึ้นมาได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโครงสร้างเงินเฟ้อภาพรวมยังคงอยู่ในระดับสูง และตลาดส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน (60.1%) ทิศทางหลักในภาพใหญ่จึงยังคงได้เปรียบฝั่งขาขึ้น
กลยุทธ์การเทรด: ในระยะสั้นดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่องไปทดสอบโซนแนวรับ
101.20แนะนำให้ฝั่งขาซื้อดอลลาร์ “ชะลอการเข้าซื้อ” เพื่อรอให้การปรับฐานรอบนี้สิ้นสุดลง โดยสามารถพิจารณาหาจังหวะสะสมสถานะ Buy USD (หรือเปิดสถานะ Sell ในคู่เงินหลักอื่น ๆ) อีกครั้งเมื่อดัชนี DXY ย่อตัวลงมาทดสอบโซนแนวรับสำคัญบริเวณ100.80 - 101.20แล้วเริ่มมีสัญญาณซื้อคืนสลับเข้ามา โดยมีเป้าหมายระยะยาวกลับขึ้นไปทดสอบไฮเดิมที่101.80



