คำขู่ของ Martin Schlegel ประธานธนาคารกลางสวิส (SNB) ในขณะนี้ถือว่ามี “น้ำหนักสูงกว่าปกติ” และมีโอกาสส่งผลกระทบต่อตลาดได้จริง แม้ว่าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านจะล้มเหลวอีกครั้งก็ตาม โดยมีเหตุผลสนับสนุนและปัจจัยเสี่ยงที่ต้องพิจารณาดังนี้ครับ
1. ทำไมครั้งนี้ SNB ถึงดู “เอาจริง”?
-
ความพร้อมในการใช้เครื่องมือ “แบบไม่จำกัด”: ในการประชุมใหญ่เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2026 นาย Schlegel ยืนยันชัดเจนว่า SNB มี “ขอบเขตการดำเนินงานที่ไร้ขีดจำกัด” (Unrestricted room for manoeuvre) ทั้งในการปรับอัตราดอกเบี้ยและการเข้าแทรกแซงตลาด FX ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าพวกเขาไม่ได้แค่ขู่ แต่พร้อมลงมือทำทันทีหากจำเป็น
-
การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์: SNB เริ่มเปลี่ยนจากความพยายามควบคุมเงินเฟ้อมาเป็นการ “ปกป้องภาคการส่งออก” และป้องกันภาวะเงินฝืด (Deflation) ที่อาจกลับมาเนื่องจากค่าเงินฟรังก์ที่แข็งค่าเกินไปจะไปกดราคาสินค้านำเข้าให้ต่ำลง
-
ทางเลือก “ดอกเบี้ยติดลบ”: ประธาน SNB ยังได้ระบุว่าการกลับไปใช้ดอกเบี้ยติดลบ (Negative Rates) ยังคงเป็นทางเลือกที่อยู่บนโต๊ะ หากการแทรกแซงด้วยการเข้าซื้อเงินตราต่างประเทศเพียงอย่างเดียวไม่ได้ผล
2. หากการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านล้มเหลว: ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้
หากการทูตล้มเหลวและสงครามทวีความรุนแรง แรงซื้อในฐานะ Safe-haven จะไหลเข้าหาเงินฟรังก์สวิสอย่างมหาศาล ซึ่งจะกลายเป็นบททดสอบความศักดิ์สิทธิ์ของคำขู่จาก SNB:
-
เพดานทางจิตวิทยา: ตลาดมองว่า SNB อาจมีการตั้ง “เพดานที่มองไม่เห็น” ไว้ เช่น ระดับ 0.90 สำหรับ EUR/CHF หรือการป้องกันไม่ให้ USD/CHF หลุดต่ำกว่า 0.7800 อย่างรุนแรง
-
ความเสี่ยงแบบ “สองทาง” (Two-way Risk): คำขู่ของ SNB ทำให้เงินฟรังก์ไม่ใช่สินทรัพย์ที่ปลอดภัยแบบ “ขาเดียว” อีกต่อไป นักลงทุนรายใหญ่จะเริ่มระวังว่าหากซื้อฟรังก์ที่จุดสูงสุด อาจถูกธนาคารกลางทุบราคากลับลงมาได้ทุกเมื่อ ซึ่งจะช่วยลดความร้อนแรงของเงินฟรังก์ได้ในระดับหนึ่ง
3. ปัจจัยที่อาจทำให้คำขู่ “ไม่ได้ผล”
-
เงินเฟ้อจากพลังงาน: หากราคาน้ำมันพุ่งสูงเกินไปจนทำให้เงินเฟ้อในสวิตเซอร์แลนด์สูงขึ้นด้วย SNB จะตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะการทำให้เงินฟรังก์อ่อนค่าลงจะยิ่งซ้ำเติมให้สินค้านำเข้า (โดยเฉพาะพลังงาน) แพงขึ้นไปอีก
-
ความรุนแรงของสงคราม: หากเกิดการปะทะกันโดยตรงในระดับที่ควบคุมไม่ได้ แรงตื่นตระหนกของตลาดมักจะ “เอาชนะ” คำขู่ของธนาคารกลางได้เสมอในระยะสั้น (เหมือนเหตุการณ์ยกเลิกเพดาน 1.20 ในปี 2015)
บทสรุปจาก THAIFRX.COM
คำขู่ของ SNB ในรอบนี้ “ไม่ใช่เสือกระดาษ” เพราะพวกเขากำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ซบเซา (Subdued growth) จากผลกระทบของสงคราม อย่างไรก็ตาม หากการเจรจาล้มเหลวและเกิดการปะทะครั้งใหญ่ เงินฟรังก์อาจแข็งค่าขึ้นไปก่อน (Spike) แล้วจึงถูก SNB เข้าแทรกแซงในภายหลัง





