WTI อ่อนตัวหลุด $93.00: จับตาแนวรับรายสัปดาห์ ท่ามกลางศึกตะวันออกกลางที่ระอุ
สรุปเนื้อหาสำคัญ:
-
ราคาน้ำมันร่วงสวนทางสงคราม: ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลดลงกว่า 2.5% ในช่วงเช้าวันพุธ หลุดระดับ $93.00 ต่อบาร์เรล แม้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม
-
สต็อกน้ำมันสหรัฐฯ พุ่ง: รายงานจาก API ระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 6.56 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคาในฝั่ง Supply
-
สถานการณ์อิหร่านยังวิกฤต: สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน เข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 โดยอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอลดความรุนแรง และประกาศจะตอบโต้อย่างสาสมหลังเจ้าหน้าที่ระดับสูง (Ali Larijani และ Gholamreza Soleimani) ถูกสังหาร
-
ปัจจัยกดดันจาก Fed: การที่ตลาดคาดว่า Fed จะคงดอกเบี้ยยาวนานขึ้น (Hawkish) ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่า ซึ่งโดยปกติจะทำให้ราคาน้ำมันที่ซื้อขายด้วยดอลลาร์มีราคาแพงขึ้นและถูกกดดัน
🔍 ข้อมูลเพิ่มเติม (Deep Dive Insights)
-
วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ: การปิดช่องแคบนี้ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำมันดิบโลกถึง 20% แม้ราคาจะย่อตัวลงวันนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นเพียงการ “Sell on Fact” หรือการพักตัวชั่วคราว เพราะความเสี่ยงที่ Supply จะหายไปอย่างถาวรยังคงมีอยู่สูงมาก
-
ความต้องการใช้พลังงาน (Demand Side): ตลาดเริ่มกังวลว่าหากดอกเบี้ย Fed ยังคงอยู่ในระดับสูงนานเกินไป (High for Longer) จะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว และลดความต้องการใช้น้ำมันในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยที่คานอำนาจกับประเด็นสงครามในขณะนี้
📊 บทวิเคราะห์จาก Thaifrx.com
“WTI: เมื่อปัจจัยพื้นฐานปะทะแรงสะท้อนทางอารมณ์”
-
มุมมองวิเคราะห์: การที่ WTI ร่วงลงหลุด $93.00 แม้จะมีข่าวการสังหารผู้นำทหารอิหร่าน สะท้อนว่าตลาดอาจรับรู้ข่าวร้าย (Priced-in) ไปมากแล้วในช่วงก่อนหน้า ประกอบกับตัวเลขสต็อกน้ำมัน API ที่ออกมาเยอะเกินคาด ทำให้เกิดแรงเทขายทำกำไร (Profit Taking)
-
แนวรับ-แนวต้านสำคัญ:
-
แนวรับ: จุดต่ำสุดของสัปดาห์แถว $91.50 – $92.00 หากหลุดโซนนี้ อาจเห็นการไหลลงไปทดสอบระดับ $89.00
-
แนวต้าน: $94.50 และ $96.00 ตามลำดับ หากสงครามมีการขยายวงกว้างหรือมีการตอบโต้จากอิหร่านอย่างเป็นรูปธรรม ราคาจะดีดกลับไปยืนเหนือ $95.00 ได้ทันที
-
-
กลยุทธ์การเทรด: ในเชิงเทคนิค WTI กำลังสร้างฐานเพื่อรอผลการประชุม Fed คืนนี้ หากดอลลาร์แข็งค่าหลังทราบผลประชุม น้ำมันอาจลงไปทดสอบแนวรับด้านล่าง แต่ในระยะกลาง “สงคราม” ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบมีฐานรองรับที่แข็งแกร่ง (Buy on Dip)





