spot_img
หน้าแรกKNOWLEDGEScalping คือ อะไร เสี่ยงมากไหม มีเทคนิคอย่างไร ใช้ได้จริงไหม  

Scalping คือ อะไร เสี่ยงมากไหม มีเทคนิคอย่างไร ใช้ได้จริงไหม  

Scalping คือ อะไร เสี่ยงมากไหม มีเทคนิคอย่างไร ใช้ได้จริงไหม

Scalping คือ กลยุทธ์การเทรดทำกำไรจากส่วนต่างราคาเพียงเล็กน้อย ในแต่ละวันอาจเปิดออเดอร์หลายสิบครั้ง หวังผลกำไรเพียง 5-10 Pips จากความผันผวนของราคาในระยะสั้น ๆ เช่น ในช่วงข่าวสำคัญออก หรือ ช่วงใกล้เปลี่ยนตลาดหรือช่วงเปิดตลาด เช่น ก่อนตลาดยุโรปหรืออเมริกาเปิดราคาจะสวิงค่อนข้างมาก การทำกำไรเพียง 5-10 Pips สามารถทำได้

 

Day Trade แตกต่างจาก Scalping อย่างไร

  • ปกติแล้ว Day Trade มักทำกำไรจากความความผันผวนของราคา ระหว่าง 30 – 100 Pips ในขณะที่การ Scalping อาจทำกำไรเพียง 5-10 Pips
  • การเทรดแบบ Scalping จะปิดทำกำไรภายในระยะเวลาไม่กี่นาทีหรือไม่กี่ชั่วโมงในวันหนึ่ง ๆ อาจเปิดออเดอร์หลายสิบครั้ง ในขณะที่ Day Trade อาจจะเทรดเพียงวันละ 1-2 ครั้ง ดังนั้นสิงที่แตกต่างระหว่าง Day Trade กับ  Scalping  คือ Transaction ที่เกิดขึ้น
  • การเทรดแบบ Scalping มักใช้ในช่วงข่าวสำคัญออก เช่น การประกาศข่าวหรือประกาศตัวเลขจากธนาคารกลางสหรัฐ ( Federal Reserve System)(Fed)

 

คำแนะนำในการเทรด Scalping

การเทรด Scalping เป็นสิ่งที่นักลงทุนทำกันอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติ แต่การเทรดที่ให้ผลสำเร็จ ควรใช้ร่วมกับ อินดิเคเตอร์ ต่าง ๆ เช่น การดูกราฟแท่งเทียน (Candlestick), MACD , RSI , Bollinger Bands หรือ แม้กระทั้งต้องฝึกสังเกตว่าตอนนี้กราฟราคากำลังทำ Price Action Pattern อะไรหรือไม่ ซึ่งหากใช้อินดิเคเตอร์ต่าง ๆ มาร่วมในการหาจุดซื้อหรือจุดขายจะให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

ตัวอย่างการเทรด Scalping จาก อินดิเคเตอร์ RSI

การเทรด Scalping จาก อินดิเคเตอร์ RSI มักจะดูที่กราฟ 5 นาที หรือ 15 นาที หรือ อาจจะ 30 นาที  แล้วให้ดู ภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) หรือ ภาวะขายมากเกินไป (Oversold)
ภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) ให้ Sell

 

AUDUSD ตาวงกลมสีเหลืองคือภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) หลังจาก Rsi ทะลุ 70 ราคามีสิทธิร่วงลง
AUDUSD ตาวงกลมสีเหลืองคือภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) หลังจาก Rsi ทะลุ 70 ราคามีสิทธิร่วงลง
คือภาวะที่ RSI > 70 คือ ราคาได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจน RSI ทะลุหรือมากกว่า 70 เราอาจจะมองได้ว่า ราคาอาจจะเริ่มเปลี่ยนเป็นทิศทางลงแล้วก็ได้ เราอาจจะเริ่มเปิดออเดอร์  Sell

 

 

ภาวะขายมากเกินไป (Oversold) ให้ Buy
คือภาวะที่ RSI < 30  คือ ราคาได้ร่วงลงอย่างอย่างต่อเนื่องจน RSI ทะลุหรือร่วงต่ำกว่า 30  เราอาจจะมองได้ว่า ราคาอาจจะเริ่มเปลี่ยนเป็นทิศทางขาขึ้นแล้วก็ได้ เราอาจจะเริ่มเปิดออเดอร์ Buy

 

USDJPY ตามวงกลมสีเหลืองคือขายมากเกินไป (Oversold) หลังจาก Rsi ทะลุ 30 ราคามีสิทธิพุ่งขึ้น
USDJPY ตามวงกลมสีเหลืองคือขายมากเกินไป (Oversold) หลังจาก Rsi ทะลุ 30 ราคามีสิทธิพุ่งขึ้น
สำหรับการเทรด Scalping และ ดูกราฟ 5 นาที หรือ 15 นาที แล้วหาสัญญาณ RSI Divergences อันนี้ไม่แนะนำให้ทำเพราะมีความไม่แน่นอนสูง ปกติสัญญาณ RSI Divergences ซึ่งเป็นสัญญาณกลับตัวของราคาทั้งฝั่งขาขึ้น และ ฝั่งขาลง ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบคือ Bullish Divergence และ Bearish Divergence มักดูที่ไทม์เฟรม 4 ชั่วโมงขึ้นไป

 

การเทรด Scalping โดยดูกราฟ 5 นาที หรือ 15 นาที หรือ อาจจะ 30 นาที การดู RSI ว่าเกิดภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) หรือ ภาวะขายมากเกินไป (Oversold) จากประสบการณ์ของผมค่อนข้างได้ผลดีกว่าการใช้ อินดิเคเตอร์ ตัวอื่น แต่ถ้าจะให้ดีมากขึ้นควรฝึกใช้ร่วมกับ รูปแบบแท่งเทียน (Candlestick Patterns) ว่ามีสัญญาณสนับสนุน RSI หรือไม่

 

Scalping คือ อะไร เสี่ยงมากไหม มีเทคนิคอย่างไร ใช้ได้จริงไหม
RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Technical Summary Widget Powered by Investing.com

ANALYSIS TODAY

Translate »