Prelim Nonfarm Productivity (หรือเรียกเต็ม ๆ ว่า Preliminary Nonfarm Business Sector Labor Productivity) คือ “รายงานฉบับร่าง (ฉบับเบื้องต้น)” ที่ใช้วัดประสิทธิภาพการทำงานของแรงงานในภาคธุรกิจนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ
สรุปง่าย ๆ คือตัวเลขที่บอกว่า “ใน 1 ชั่วโมงที่ทำงาน แรงงานสร้างผลผลิตได้เพิ่มขึ้นหรือน้อยลงเท่าไหร่”
1. องค์ประกอบของรายงาน
รายงานนี้ประกาศโดย Bureau of Labor Statistics (BLS) เป็นรายไตรมาส โดยคำนวณจาก:
Productivity = ผลผลิตที่เกิดขึ้น (Output) ÷ จำนวนชั่วโมงทำงานทั้งหมด (Hours Worked)
-
คำว่า “Nonfarm”: หมายถึง ไม่นับรวมภาคเกษตรกรรม เพราะผลผลิตภาคเกษตรมีความผันผวนสูงตามฤดูกาลและสภาพอากาศ
-
คำว่า “Prelim” (Preliminary): หมายถึงข้อมูลชุดแรกที่ประกาศออกมา (มักประกาศหลังจบไตรมาสประมาณ 1 เดือน) ซึ่งอาจมีการแก้ไข (Revised) ได้ในภายหลังเมื่อได้ข้อมูลที่ครบถ้วนขึ้น
2. ทำไมถึงสำคัญต่อเศรษฐกิจและนักลงทุน?
-
ตัวชี้วัดความมั่งคั่งในระยะยาว: Productivity ที่สูงขึ้นหมายความว่าเศรษฐกิจสามารถเติบโตได้โดยที่พนักงานไม่ต้องทำงานหนักขึ้นหรือใช้คนมากขึ้น เป็นกุญแจสำคัญของการเพิ่มค่าจ้างและมาตรฐานความเป็นอยู่
-
ตัวควบคุมเงินเฟ้อ (Inflation Fighter):
-
ถ้าพนักงานทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น (Productivity สูง) บริษัทก็สามารถจ่ายค่าจ้างเพิ่มได้โดยไม่ต้องไปขึ้นราคาสินค้า ทำให้ เงินเฟ้อไม่พุ่งสูง
-
ในทางกลับกัน ถ้า Productivity ต่ำ แต่ค่าแรงพุ่งสูง บริษัทต้องผลักภาระไปที่ราคาสินค้า กลายเป็นเงินเฟ้อ
-
-
ผลต่อค่าเงิน (USD) และดอกเบี้ย:
-
ตัวเลขสูงกว่าคาด: ดีต่อเศรษฐกิจ ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น (Bullish)
-
ตัวเลขต่ำกว่าคาด: เศรษฐกิจผลิตได้น้อยลงแต่ต้นทุนสูงขึ้น ดอลลาร์อ่อนค่าลง (Bearish)
-
3. จุดที่ต้องระวังในการดูข้อมูล
บ่อยครั้งที่ตัวเลข Productivity มักจะถูกประกาศออกมาพร้อมกับ Unit Labor Costs (ต้นทุนแรงงานต่อหน่วย):
-
หาก Productivity พุ่งขึ้น + Unit Labor Costs ลดลง = เป็นสภาวะที่สมบูรณ์แบบสำหรับตลาดหุ้นและค่าเงิน (เศรษฐกิจโตแต่เงินเฟ้อต่ำ)
-
หาก Productivity ลดลง + Unit Labor Costs พุ่งสูง = เป็นสัญญาณอันตรายว่าอาจเกิดภาวะเงินเฟ้อที่ควบคุมยาก
🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้
https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0





