NZD/USD ฟื้นตัวกลับมายืนเหนือเส้น EMA 20 วัน
ปัจจุบัน NZD/USD ขยับขึ้นประมาณ 0.25% มาอยู่ที่ระดับใกล้ 0.5770 ในช่วงต้นเซสชันยุโรปวันจันทร์ หลังจากที่ร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ที่ 0.5736 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
1. ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Factors)
-
อารมณ์ตลาด (Risk-on): ค่าเงินกีวีได้รับแรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่เปิดรับความเสี่ยง (Risk-on Mood) ส่งผลให้ราคากระโดดขึ้นมา
-
ผลกระทบจาก GDP นิวซีแลนด์: แม้ตัวเลข GDP ไตรมาส 3 จะออกมาดีเกินคาดที่ 1.1% (คาดการณ์ 0.9%) แต่กลับไม่สามารถกระตุ้นให้ตลาดเชื่อว่าธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) จะดำเนินนโยบายสายเหยี่ยว (Hawkish) หรือขึ้นดอกเบี้ยได้
-
ความน่าจะเป็นที่ RBNZ จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคม 2026 ลดลงเหลือ 40% (จากเดิม 50%)
-
-
เงินดอลลาร์สหรัฐ (USD): ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ประมาณ 98.60 ช่วยหนุนให้คู่ NZD/USD แข็งค่าขึ้น แม้ว่านักลงทุนจะยังเชื่อมั่นว่าเฟด (Fed) จะไม่ลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ก็ตาม
2. การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)
-
แนวโน้มระยะสั้น: ยังคงเป็น ขาขึ้น (Upside Bias) ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย EMA 20 วัน ที่ระดับ 0.5757
-
โมเมนตัม (RSI): ดัชนี RSI อยู่ที่ระดับ 55 (Neutral) และเริ่มหัวขึ้น แสดงให้เห็นว่าแรงซื้อยังมีช่องว่างให้ไปต่อได้ก่อนจะเข้าเขต Overbought (ซื้อมากเกินไป)
-
ระดับสำคัญที่ต้องจับตา:
-
แนวต้าน: หากทะลุผ่านจุดสูงสุดของวันที่ 11 ธันวาคมที่ 0.5832 จะเปิดโอกาสให้ปรับตัวขึ้นต่ออย่างแข็งแกร่ง
-
แนวรับ: หากราคาหลุดต่ำกว่าจุดต่ำสุดของวันศุกร์ที่ 0.5735 แนวโน้มอาจเปลี่ยนเป็นขาลงได้
-
มุมมองสรุป
ค่าเงิน NZD กำลังพยายามฟื้นตัวโดยมีปัจจัยหนุนหลักจาก ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลง และ ความเชื่อมั่นในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม แรงส่งอาจถูกจำกัดเนื่องจากตลาดมองว่าเศรษฐกิจนิวซีแลนด์แม้จะโต แต่ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะทำให้ RBNZ กลับมาเร่งขึ้นดอกเบี้ยครับ
เปรียบเทียบ NZD/USD vs AUD/USD (ข้อมูล ณ 22 ธ.ค. 2025)
แม้ทั้งสองสกุลเงิน (Kiwi และ Aussie) จะจัดว่าเป็น “Risk Currency” (สกุลเงินเสี่ยง) ที่มักจะวิ่งตามทิศทางเศรษฐกิจโลกและราคาสินค้าโภคภัณฑ์เหมือนกัน แต่ในขณะนี้มี ความแตกต่างด้านความแข็งแกร่ง (Relative Strength) ดังนี้:
1. แนวโน้มเชิงราคา (Price Performance)
-
NZD/USD: ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 0.5770 (+0.25%) ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ (0.5736) แต่แรงส่งดู “จำกัด” เนื่องจากตลาดลดความคาดหวังเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของ RBNZ
-
AUD/USD: ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 0.6631 (+1.39% เมื่อเทียบจากต้นเดือน) แม้สัปดาห์ที่ผ่านมาจะมีการพักตัว (Profit Taking) แต่ภาพรวมดูแข็งแกร่งกว่า NZD โดยมีแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 0.6685
2. ปัจจัยพื้นฐานและนโยบายการเงิน (Central Bank Divergence)
| ปัจจัย | NZD (นิวซีแลนด์) | AUD (ออสเตรเลีย) |
| ดอกเบี้ยล่าสุด | 2.25% (พ.ย. 2025) | 3.60% (ธ.ค. 2025) |
| แนวโน้มธนาคารกลาง | Cautious (ระมัดระวัง): แม้ GDP จะโต 1.1% แต่ RBNZ ยังไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย มองว่าเงินเฟ้อจะคุมได้ | Hawkish (สายเหยี่ยว): ตลาดลุ้นการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.พ. 2026 หากเงินเฟ้อเดือน ม.ค. ออกมาสูง |
| ปัจจัยขับเคลื่อน | พึ่งพาส่งออกสินค้าเกษตรและนม | พึ่งพาแร่เหล็ก พลังงาน และเศรษฐกิจจีน |
3. มุมมองทางเทคนิค (Technical Setup)
-
AUD/USD: การย่อตัวที่ผ่านมาถูกมองว่าเป็น “Healthy Correction” (การพักตัวเพื่อไปต่อ) โดยมีแนวรับสำคัญที่ 0.6580–0.6590 หากยืนได้มีโอกาสกลับไปทดสอบ 0.6700
-
NZD/USD: ยังคงพยายามประคองตัวเหนือเส้น EMA 20 วัน (0.5757) หากหลุดจุดนี้จะดูแย่กว่า AUD ทันที
สรุป: คู่ไหนน่าสนใจกว่า?
หากคุณกำลังมองหาฝั่ง Buy (Long) ในช่วงตลาดเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on):
-
AUD/USD ดูมีความแข็งแกร่งมากกว่า (Outperform) เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า และความคาดหวังว่า RBA อาจขึ้นดอกเบี้ยได้อีกในต้นปีหน้า
-
NZD/USD เหมาะสำหรับการเทรดระยะสั้นตามเส้น EMA 20 วัน แต่ต้องระวังแรงขายหากไม่สามารถทะลุ 0.5832 ได้
กลยุทธ์แนะนำ (AUD/NZD Cross): จากความต่างนี้ คู่เงิน AUD/NZD จึงมีแนวโน้มเป็น ขาขึ้น เนื่องจาก Aussie แข็งค่ากว่า Kiwi ในเชิงเปรียบเทียบ
🟩 สมัครเทรดค่าเงิน ทองคำ คริปโตที่ลิ้งค์ ข้างล่าง
https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0
🟩
#gold #gold #goldprice #forex #forextrader #forexsignals #forextrading #forexlifestyle #Forexthailand #forexchallenger1





