ISM Manufacturing PMI คือ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตัวบ่งชี้ทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดในโลก เพราะเป็น “เครื่องชี้วัดล่วงหน้า” (Leading Indicator) ที่บอกเราว่าเศรษฐกิจกำลังจะไปในทิศทางไหนครับ
ดัชนีนี้จัดทำโดยสถาบัน ISM (Institute for Supply Management) ผ่านการสำรวจความคิดเห็นของผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อกว่า 400 บริษัทใน 18 อุตสาหกรรมภาคการผลิต
1. วิธีการอ่านค่า (เกณฑ์ 50 จุด)
ตัวเลขนี้จะมีค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 100 โดยมีจุดตัดสินที่ 50 ครับ:
-
สูงกว่า 50: ภาคการผลิตกำลัง ขยายตัว (Expansion) (เศรษฐกิจดี)
-
ต่ำกว่า 50: ภาคการผลิตกำลัง หดตัว (Contraction) (เศรษฐกิจชะลอตัว)
-
เท่ากับ 50: ภาคการผลิต คงที่ ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อน
2. องค์ประกอบ 5 ส่วนหลัก
ดัชนีนี้ไม่ได้ดูแค่เรื่องยอดขาย แต่คำนวณมาจาก 5 ส่วนที่มีน้ำหนักเท่ากัน (ส่วนละ 20%):
-
New Orders: ยอดสั่งซื้อสินค้าใหม่ (บอกอนาคตว่าโรงงานจะมีงานทำไหม)
-
Production: ปริมาณการผลิตจริงในปัจจุบัน
-
Employment: การจ้างงานในภาคโรงงาน
-
Supplier Deliveries: ความเร็วในการส่งสินค้าของซัพพลายเออร์ (ถ้าส่งช้า แสดงว่าความต้องการสินค้าสูงมากจนผลิตไม่ทัน)
-
Inventories: ปริมาณสินค้าคงคลัง
3. ทำไมเทรดเดอร์และนักลงทุนต้องดู?
-
ประกาศเร็ว: ตัวเลขนี้ประกาศใน วันทำการแรกของทุกเดือน ทำให้ตลาดรู้สภาวะเศรษฐกิจเร็วกว่าตัวเลขอื่นอย่าง GDP
-
ผลต่อค่าเงิน USD: * ถ้า PMI สูงกว่าคาด -> มักทำให้เงิน USD แข็งค่า (เพราะเศรษฐกิจดี ดอกเบี้ยอาจขึ้น)
-
ถ้า PMI ต่ำกว่าคาด -> มักทำให้เงิน USD อ่อนค่า
-
-
ผลต่อราคาทองคำ: มักจะวิ่งตรงข้ามกับค่าเงิน USD (ถ้า PMI แย่ ทองมักจะพุ่งขึ้น)
สรุปสั้นๆ: ISM Manufacturing PMI คือ “สุขภาพ” ของภาคโรงงานสหรัฐฯ ถ้าตัวเลขเกิน 50 คือแข็งแรง ถ้าต่ำกว่า 50 คือกำลังป่วยครับ
🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้
https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0





