EUR/USD พุ่งแตะระดับ 1.1650 หลังดอลลาร์อ่อนค่าจากคาดการณ์ Fed สายราบ (Dovish)
คู่เงิน EUR/USD ซื้อขายอยู่บริเวณ 1.1650 ในช่วงตลาดเอเชียเช้าวันจันทร์ สาเหตุหลักมาจากเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) อ่อนแรงลง เนื่องจากตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมในการประชุมปลายเดือนนี้ หลังจากตัวเลขการจ้างงานออกมาต่ำกว่าที่คาด
1. สรุปตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ (เดือนธันวาคม 2025)
ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls – NFP) ส่งสัญญาณชะลอตัว ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อค่าเงินดอลลาร์:
-
การจ้างงานใหม่: เพิ่มขึ้นเพียง 50,000 ตำแหน่ง (ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 60,000 และต่ำกว่าเดือนพฤศจิกายนที่ 56,000 ตำแหน่ง)
-
อัตราการว่างงาน (Unemployment Rate): ลดลงเล็กน้อยสู่ระดับ 4.4% (จากเดิม 4.6%)
-
ค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมง: เพิ่มขึ้นเป็น 3.8% YoY (จากเดิม 3.6%) ซึ่งเป็นปัจจัยที่ Fed ยังต้องจับตาดูภาวะเงินเฟ้อ
2. มุมมองจากเจ้าหน้าที่ Fed และเศรษฐกิจยุโรป
-
Tom Barkin (ประธาน Fed สาขาริชมอนด์): ระบุว่าการที่อัตราว่างงานลดลงถือเป็นเรื่องดี และการจ้างงานยังอยู่ในระดับ “ทรงตัวแต่มั่นคง” อย่างไรก็ตาม เขาตั้งข้อสังเกตว่าปัจจุบันมีการจ้างงานกระจุกตัวอยู่ในกลุ่ม Healthcare และ AI เท่านั้น ส่วนอุตสาหกรรมอื่นยังคงระมัดระวัง
-
เงินเฟ้อในยุโรป: ค่าเงินยูโร (EUR) อาจมีแรงกดดันขาลงในอนาคต เนื่องจากเงินเฟ้อในเขตยูโรโซนเริ่มเข้าเป้าหมายที่ 2.0% (Core Inflation 2.3%) ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ไม่มีความจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกต่อไป
3. ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์: วิกฤตการณ์ “กรีนแลนด์” (Greenland)
เกิดความตึงเครียดใหม่ในพื้นที่อาร์กติก ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในตลาดโลก:
-
ยุโรปเสริมทัพ: สหราชอาณาจักร (UK) และเยอรมนี กำลังหารือเพื่อเพิ่มกำลังทหารใน กรีนแลนด์ เพื่อรักษาความมั่นคงในแถบขั้วโลกเหนือ
-
ความขัดแย้งกับสหรัฐฯ: ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดี Donald Trump กลับมาผลักดันแนวคิดที่ต้องการให้สหรัฐฯ ครอบครองกรีนแลนด์อีกครั้ง ทำให้พันธมิตรยุโรปต้องเร่งปกป้องอำนาจอธิปไตยของเดนมาร์กและกรีนแลนด์
💡 สรุปสถานะปัจจุบัน
-
Trend: EUR/USD อยู่ในทิศทางขาขึ้น (Bullish) ในระยะสั้นจากดอลลาร์ที่อ่อนค่า
-
ปัจจัยต้องระวัง: หากสถานการณ์ในกรีนแลนด์ตึงเครียดมากขึ้น หรือตัวเลขเศรษฐกิจฝั่งยุโรปออกมาแย่ อาจทำให้เงินยูโรกลับมาอ่อนค่าได้




