EUR/USD ทรงตัวแข็งแกร่งใกล้ระดับ 1.1800 ท่ามกลางสภาพคล่องเบาบางและความต่างของนโยบายการเงิน
ค่าเงินยูโรเมื่อเทียบกับดอลลาร์ (EUR/USD) เคลื่อนไหวในกรอบแคบและทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 1.1800 ในวันพุธ โดยปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 0.10% หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนในช่วงเช้า เนื่องจากตลาดเข้าสู่ช่วงสภาพคล่องต่ำก่อนวันหยุดคริสต์มาส
ปัจจัยหนุนค่าเงินยูโร (EUR)
-
นโยบายการเงินที่แตกต่าง: ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม โดยประธาน Christine Lagarde ย้ำว่าทุกทางเลือกยังเปิดกว้าง ตลาดคาดการณ์ว่าโอกาสที่จะมีการลดดอกเบี้ยในต้นปี 2026 นั้นมีค่อนข้างจำกัด ซึ่งช่วยพยุงค่าเงินยูโรไว้
-
มุมมองเชิงบวก (Constructive Bias): ความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อค่าเงินยูโรยังคงดีกว่าดอลลาร์สหรัฐในระยะสั้น จากคาดการณ์ว่า ECB จะยังไม่รีบผ่อนคลายนโยบาย
ปัจจัยกดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)
-
ข้อมูลเศรษฐกิจไม่เพียงพอจะหนุนดอลลาร์: แม้ GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 3 จะออกมาแข็งแกร่งที่ 4.3% (สูงกว่าคาดการณ์ที่ 3.3%) แต่ตลาดมองว่าตัวเลขนี้ยังขาดแรงหนุนจากภาคตลาดแรงงานที่เพียงพอ
-
แรงกดดันจากฝ่ายการเมือง: คำวิจารณ์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้ลดดอกเบี้ยและตั้งคำถามถึงความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งผลให้ความน่าดึงดูดของดอลลาร์ลดลง
-
คาดการณ์การลดดอกเบี้ยของ Fed: เครื่องมือ CME FedWatch ระบุว่านักลงทุนให้น้ำหนักว่า Fed จะลดดอกเบี้ยลงอย่างมากในปี 2026 ซึ่งเป็นมุมมองที่ผ่อนคลาย (Dovish) กว่าที่ Fed เคยคาดการณ์ไว้
ภาพรวมตลาดและแนวโน้ม
-
สภาพคล่องเบาบาง: ปริมาณการซื้อขายที่ลดลงในช่วงปลายปีทำให้ราคาเคลื่อนไหวในกรอบจำกัดและมีการพักฐาน (Consolidation)
-
โครงสร้างเศรษฐกิจสหรัฐฯ: แม้ภาพรวมจะดูดีจากการลงทุนในกลุ่ม AI แต่ความต้องการใช้จ่ายของครัวเรือนรายได้น้อย-ปานกลางยังถูกกดดันจากเงินเฟ้อและตลาดแรงงานที่เริ่มชะลอตัว
สรุป: EUR/USD มีแนวโน้มทรงตัวรอบระดับ 1.1800 โดยได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนของนโยบาย Fed และท่าทีที่ระมัดระวังของ ECB ในช่วงปิดปี 2025
สรุปแนวโน้มทางเทคนิค: EUR/USD
ปัจจุบัน EUR/USD กำลังอยู่ในช่วง การพักตัวสะสมพลัง (Consolidation) หลังจากที่พุ่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในเดือนธันวาคม (ปรับตัวขึ้นกว่า +1.6% จากต้นเดือน) โดยราคาเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับจิตวิทยาที่ 1.1800
1. แนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ
-
แนวต้าน (Resistance):
-
1.1806 – 1.1810: เป็นระดับสูงสุดของวันนี้และของเดือนธันวาคม หากผ่านจุดนี้ไปได้เป้าหมายถัดไปจะอยู่ที่ระดับ 1.1850
-
1.1850: แนวต้านสำคัญทางจิตวิทยาและทางเทคนิคในระยะกลาง
-
-
แนวรับ (Support):
-
1.1780 – 1.1790: แนวรับระยะสั้นที่ทำหน้าที่พยุงราคาในระหว่างวัน
-
1.1740 – 1.1750: แนวรับแข็งแกร่ง (อ้างอิงจากราคาเฉลี่ยในช่วงกลางเดือน) หากหลุดระดับนี้อาจเกิดการปรับฐานลึกลงไปที่ 1.1700
-
2. สัญญาณทางเทคนิค
-
โครงสร้างราคา (Market Structure): ราคายังคงอยู่ใน แนวโน้มขาขึ้น (Bullish Bias) ในกราฟรายวันและรายสัปดาห์ โดยทำจุดสูงสุดใหม่ (Higher High) อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมที่เริ่มต้นจากระดับ 1.1600
-
สภาพคล่อง (Liquidity): เนื่องจากเป็นช่วงใกล้เทศกาลคริสต์มาส ปริมาณการซื้อขาย (Volume) ที่ลดลงอาจทำให้ราคาวิ่งในกรอบแคบ (Side-way) หรือหากมีข่าวเซอร์ไพรส์อาจเกิดการเหวี่ยงของราคาที่รุนแรงกว่าปกติ (Volatility) ได้
-
ดัชนี RSI: ปัจจุบันเริ่มขยับเข้าใกล้เขต Overbought (ซื้อมากเกินไป) ซึ่งเตือนว่าอาจมีการย่อตัวสลับเพื่อปรับฐานราคาก่อนจะปรับตัวขึ้นต่อ
กลยุทธ์การเทรดระยะสั้น
มุมมอง: ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือ 1.1750 ได้อย่างมั่นคง หน้าเทรดฝั่ง “ซื้อ” (Buy on Dip) ยังคงได้เปรียบ แต่ควรระมัดระวังการไล่ราคาที่บริเวณแนวต้าน 1.1800 เนื่องจากสภาพคล่องที่เบาบางอาจทำให้เกิดการเบรคหลอก (False Breakout) ได้
กลยุทธ์การเทรดระยะสั้น
มุมมอง: ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือ 1.1750 ได้อย่างมั่นคง หน้าเทรดฝั่ง “ซื้อ” (Buy on Dip) ยังคงได้เปรียบ แต่ควรระมัดระวังการไล่ราคาที่บริเวณแนวต้าน 1.1800 เนื่องจากสภาพคล่องที่เบาบางอาจทำให้เกิดการเบรคหลอก (False Breakout) ได้
🟩 สมัครเทรดค่าเงิน ทองคำ คริปโตที่ลิ้งค์ ข้างล่าง
https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0
🟩
#gold #gold #goldprice #forex #forextrader #forexsignals #forextrading #forexlifestyle #Forexthailand #forexchallenger1





