บทวิเคราะห์ล่าสุดจาก ING ชี้ให้เห็นว่าคู่เงิน EUR/USD กำลังเผชิญกับความเสี่ยงขาลงอย่างรุนแรง โดยอาจร่วงลงไปแตะระดับ 1.1600 หากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกเผชิญกับภาวะช็อก (Oil Shock) จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางครับ
สรุปประเด็นสำคัญจากมุมมองของ ING และผลกระทบต่อตลาดมีดังนี้:
1. ทำไม “Oil Shock” ถึงกดดัน Euro?
-
ผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ: ยูโรโซนพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนที่สูงกว่าสหรัฐฯ มาก เมื่อราคาน้ำมันดิบ (WTI/Brent) พุ่งสูงขึ้น จะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตในยุโรปพุ่งกระฉูดและดุลการค้าแย่ลง
-
Terms of Trade: ING อธิบายว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันจะทำให้อัตราการแลกเปลี่ยนเชิงการค้า (Terms of Trade) ของยุโรปเสียเปรียบ ซึ่งเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อค่าเงิน EUR
-
Safe-haven Flow: ในสภาวะที่เกิดภาวะช็อกทางพลังงาน นักลงทุนมักจะวิ่งเข้าหาดอลลาร์สหรัฐ (USD) ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยและเป็นสกุลเงินที่ได้ประโยชน์จากการเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่
2. ระดับราคาที่ต้องจับตา (Downside Targets)
ING ระบุว่าโครงสร้างราคาในปัจจุบันทำให้ EUR/USD เปราะบางมาก:
-
เป้าหมายขาลง: 1.1600 คือระดับแนวรับสำคัญที่ราคาอาจถูกดึงลงไปหา หากราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งทะลุ $100 ต่อบาร์เรล
-
จุดเปลี่ยนสำคัญ: การหลุดแนวรับ 1.1650 จะเป็นการเปิดทาง (Open the trapdoor) ไปสู่ระดับ 1.1600 ได้อย่างรวดเร็ว
3. สถานะปัจจุบัน (20 กุมภาพันธ์ 2569)
-
ราคาล่าสุด: EUR/USD ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 1.1746 (ลดลงประมาณ 0.85% ในวันนี้)
-
แรงกดดันสะสม: นอกจากเรื่องน้ำมันแล้ว ยูโรยังถูกกดดันจากการที่ ECB มีท่าทีคงดอกเบี้ย (Dovish Hold) ในขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแสดงความแข็งแกร่ง (US Resilience)
ตารางสรุปมุมมอง EUR/USD ต่อปัจจัยน้ำมัน
| สถานการณ์ราคาน้ำมัน | ผลกระทบต่อ EUR/USD | แนวรับที่คาดการณ์ |
| น้ำมันทรงตัว ($80 – $85) | ทรงตัว/รอข่าวเศรษฐกิจ | 1.1700 – 1.1750 |
| น้ำมันพุ่งแรง ($95+) | Downside Risk (Bearish) | 1.1600 – 1.1650 |
| ความตึงเครียดคลี่คลาย | มีโอกาสฟื้นตัว (Rebound) | กลับไปทดสอบ 1.1800 |
มุมมองวิเคราะห์: รายงานของ ING ตอกย้ำว่า EUR/USD ในตอนนี้ไม่ได้สู้กับแค่ดอลลาร์ แต่กำลังสู้กับ “ต้นทุนพลังงาน” ด้วยครับ หากคืนนี้ตัวเลข PCE สหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่ง พร้อมกับราคาน้ำมันที่ยังพุ่งไม่หยุด โอกาสที่จะเห็น 1.1600 ภายในสัปดาห์หน้าก็มีความเป็นไปได้สูงมาก




