🇪🇺🇺🇸 THAIFRX Market Report: EUR/USD ซึมลงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ เผชิญแรงกดดันน้ำมันแพง-เงินเฟ้อยูโรพุ่ง ขณะสหรัฐฯ ขู่โจมตีอิหร่านระลอกใหม่
คู่เงิน EUR/USD (ยูโรเทียบดอลลาร์สหรัฐ) ยังคงทรงตัวอยู่ในแดนลบใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์บริเวณ 1.1600 ในวันพุธนี้ หลังจากปรับตัวลดลงจากโซน 1.1660 เมื่อวันอังคาร โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ยืนเหนือ $100 ต่อบาร์เรล และการส่งสัญญาณข่มขู่ทางทหารรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้เม็ดเงินไหลเข้าซบดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
🔍 รายละเอียดเจาะลึกจากเนื้อหาข่าว (Key Highlights)
1. สงครามน้ำลายปะทุ: ทรัมป์-แวนซ์ แท็กทีมขู่อิหร่าน
-
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงว่าสหรัฐฯ อาจตัดสินใจเปิดฉากโจมตีทางทหารใส่อิหร่านภายใน 2-3 วันนี้ หากรัฐบาลเตหะรานปฏิเสธที่จะลงนามในข้อตกลงสันติภาพ ขณะที่รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ พร้อมรบเต็มรูปแบบ (“Locked and Loaded”)
-
ทางด้าน อับบาส อารักชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ออกมาตอบโต้ว่า อิหร่านเตรียม “เซอร์ไพรส์อีกมากมาย” ไว้ต้อนรับหากสหรัฐฯ เริ่มเปิดฉากโจมตีก่อน
2. วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซลากยาวเข้าสู่เดือนที่ 3
-
การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรของน้ำมันดิบและแก๊สธรรมชาติราว 20% ของโลก กำลังดำเนินเข้าสู่เดือนที่ 3 ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ทะยานใกล้ระดับ $108.00 ต่อบาร์เรล สถานการณ์นี้ทำให้กลุ่มประเทศยูโรโซนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ (Oil-Importing Economies) ตกที่นั่งลำบากและเป็นตัวทำลายค่าเงินยูโรโดยตรง
3. ตัวเลขเงินเฟ้อยูโรโซนดีดตัวรับแรงช็อกพลังงาน
-
ดัชนีราคาผู้ผลิตเยอรมนี (German PPI): พุ่งขึ้นสู่ 1.7% YoY ในเดือนเมษายน (พลิกกลับอย่างรุนแรงจาก -0.2% ในเดือนมีนาคม) ยืนยันต้นทุนการผลิตที่แพงขึ้น
-
ดัชนี HICP ของยูโรโซน: คาดว่าจะรายงานตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคเร่งตัวขึ้นสู่ 3% YoY ในเดือนเมษายน (เพิ่มขึ้นจาก 2.6% ในเดือนมีนาคม)
4. ตลาดรอรายงาน FOMC Minutes คืนนี้
-
คาดว่ารายงานการประชุมของ Fed ประจำเดือนเมษายนจะสะท้อนมุมมองเชิงเหยี่ยว (Hawkish) มากขึ้น แม้ว่าในตอนนั้นคณะกรรมการจะมีความเห็นแตกแยก (1 เสียงอยากลดดอกเบี้ย, 3 เสียงอยากตัดคำว่าผ่อนคลายนโยบายออก)
📊 การวิเคราะห์ทางเทคนิค (EUR/USD Technical Analysis)
โครงสร้างราคาของ EUR/USD ในปัจจุบันระบุว่า ฝั่งหมี (Bears) ยังคงควบคุมตลาดอย่างเบ็ดเสร็จ หลังจากราคาดิ่งลงกว่า 1.6% ภายในเวลาเพียงสัปดาห์เศษ:
-
RSI (14) เกิดสัญญาณขัดแย้งลึกลับ: ในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง (H4) ค่า RSI เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 27 แม้จะดีดตัวขึ้นมาจากเขต Oversold รุนแรงก่อนหน้านี้และเริ่มก่อตัวเป็น Bullish Divergence สั้นๆ แต่ทว่าก็เป็นเพียงแรงรีบาวด์ทางเทคนิคที่ยังไม่มีแรงซื้อจริงเข้ามาสนับสนุน
-
MACD ขาดกำลัง: แท่ง Histogram ของ MACD วิ่งคลอเคลียอยู่บริเวณเส้นศูนย์ (Zero Line) สะท้อนว่าตลาดขาดแรงขับเคลื่อนฝั่งซื้อในการปรับฐานขึ้น (Lack of strong corrective forces)
🧭 แนวรับ-แนวต้านสำคัญที่ต้องจับตา (Key Technical Levels)
| แนวรับ-แนวต้าน | ระดับราคา | ความสำคัญทางเทคนิค |
| แนวต้านที่ 1 | 1.1610 | จุดต่ำสุดเดิมของวันจันทร์ (ทำหน้าที่เป็นแนวต้านไดนามิกสกัดขาขึ้นแรก) |
| แนวต้านสำคัญ | 1.1650 – 1.1670 | อดีตแนวรับที่เปลี่ยนเป็นแนวต้านหนาแน่น (Support-turned-Resistance) |
| แนวรับแรก | 1.1590 | จุดต่ำสุดของเซสชันปัจจุบัน |
| แนวรับหลัก (🎯) | 1.1510 – 1.1525 | โซนจุดต่ำสุดเดิมของเดือนเมษายน (เป้าหมายหลักของการเทขายรอบนี้) |
💡 บทสรุปและกลยุทธ์การเทรดจาก THAIFRX.COM
THAIFRX Trader’s Note:
สถานการณ์ของ EUR/USD ในเวลานี้เข้าตำราเศรษฐกิจยุโรปโดน “แซนด์วิชทุบ” สองด้าน ด้านหนึ่งคือราคาน้ำมันดิบ Brent ที่พุ่งเฉียด $108 บีบให้เงินเฟ้อยูโรโซน (HICP) ดีดแตะ 3% ขัดขวางการเติบโตทางเศรษฐกิจ อีกด้านคือดอลลาร์แข็งค่าจากแรงหนุนของคำขู่เปิดศึกของทรัมป์ ทำให้ภาพทางเทคนิคระบุชัดว่า ฝั่งขาลงได้เปรียบสูงสุด
-
กลยุทธ์การเทรด: แนะนำให้ใช้กลยุทธ์ “เด้ง Sell” (Sell on Rally) เฝ้ารอราคาดีดตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านย่อยบริเวณ 1.1610 – 1.1630 แล้วหาจังหวะเปิดสถานะ Short โดยวาง Stop Loss ไว้เหนือ 1.1670
-
เป้าหมายทำกำไร: ถือสถานะเพื่อทำกำไรระยะสั้นขยับเข้าหาเป้าหมายใหญ่ด้านล่างที่โซน 1.1520 และแนะนำให้เพิ่มความระมัดระวังในช่วงเวลาตี 1 คืนนี้ (เวลาไทย) เนื่องจากรายงาน FOMC Minutes อาจทำให้ดอลลาร์สวิงตัวรุนแรงครับ




