spot_img
หน้าแรกANALYSIS BY THAIFRXBrexit คืออะไร ?

Brexit คืออะไร ?

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0

Brexit คืออะไร?

Brexit (ย่อมาจาก British Exit) หมายถึง การที่สหราชอาณาจักร (UK) ถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นหลังจากการลงประชามติเมื่อปี 2016

UK เข้าร่วม EU (เดิมเรียกว่า European Communities) ตั้งแต่ปี 1973 แต่มีความขัดแย้งภายในประเทศมาตลอด โดยเฉพาะเรื่องอธิปไตย การอพยพ และกฎระเบียบจากบรัสเซลส์

ประวัติและไทม์ไลน์สำคัญ

  • 23 มิถุนายน 2016: ประชามติ Brexit – ประชาชนโหวต “Leave” 51.9% ต่อ “Remain” 48.1% ( turnout สูงถึง 72%)
  • 2017: นายกฯ Theresa May  เริ่มกระบวนการถอนตัวอย่างเป็นทางการ
  • 2019: การเจรจาติดขัด Theresa May ลาออก Boris Johnson เข้ารับตำแหน่งและชนะเลือกตั้งด้วยสัญญา “Get Brexit Done”
  • 31 มกราคม 2020: UK ถอนตัวอย่างเป็นทางการ (Brexit Day) เข้าสู่ช่วง transition จนถึงสิ้นปี 2020
  • 24 ธันวาคม 2020: ตกลง Trade and Cooperation Agreement (TCA) หลีกเลี่ยง “No Deal” Brexit
  • 1 มกราคม 2021: สิ้นสุดช่วง transition UK ออกจาก Single Market และ Customs Union อย่างสมบูรณ์

 

ผลกระทบของ Brexit

ด้านเศรษฐกิจ:

  • นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ประเมินว่า Brexit ทำให้ GDP UK ลดลง 6-8% ภายในปี 2025 เมื่อเทียบกับหากยังอยู่ใน EU
  • การค้าลดลง 15% (ตามประมาณการ OBR) ขาดแคลนแรงงาน (โดยเฉพาะจาก EU) ราคาอาหารและสินค้าสูงขึ้น
  • ลอนดอนสูญเสียงานเกือบ 300,000 ตำแหน่ง ทั่วประเทศสูญเสีย 2 ล้านตำแหน่งจากผลกระทบโดยตรง
  • ในปี 2025 รัฐบาล Labour ภายใต้ Rachel Reeves ระบุว่าความเสียหายจาก Brexit เป็นเหตุผลหนึ่งที่ต้องขึ้นภาษีและตัดงบประมาณ

 

ด้านสังคมและการเมือง:

  • ความขัดแย้งเรื่องชายแดนไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland Protocol → Windsor Framework ปี 2023)
  • เพิ่มความตึงเครียดในสกอตแลนด์และไอร์แลนด์เหนือที่ส่วนใหญ่โหวต Remain
  • การอพยพลดลงจาก EU แต่เพิ่มจากนอก EU ยังคงมีปัญหาขาดแคลนแรงงานในบางภาค

ความคิดเห็นประชาชน:

  • ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา โพลส่วนใหญ่แสดงว่าประชาชนคิดว่าการออกจาก EU “ผิดพลาด” (สูงถึง 56-32% ในบางโพล) และสนับสนุนการกลับเข้า EU มากขึ้นเรื่อยๆ จนถึง supermajority ในกลางปี 2025

 

สถานการณ์ล่าสุด (ปลายปี 2025)

หลังพรรค Labour ชนะเลือกตั้งปี 2024 นายกฯ Keir Starmer มุ่งเน้น “Reset” ความสัมพันธ์กับ EU โดยไม่กลับเข้า Single Market หรือ Customs Union

  • พฤษภาคม 2025: จัด EU-UK Summit ครั้งแรก ตกลงข้อตกลงใหม่ที่สำคัญ
    • ลดอุปสรรคการค้า ลดขั้นตอนศุลกากร (โดยเฉพาะอาหารและสินค้าเกษตร)
    • เพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงและกลาโหม (Security and Defence Partnership)
    • ตกลงสิทธิประมงต่อเนื่องถึงปี 2038
    • อำนวยความสะดวกการเดินทาง (เช่น ใช้ eGates มากขึ้น) และ mobility สำหรับเยาวชน
  • ความร่วมมือเพิ่มในพลังงาน การต่อต้านอาชญากรรม และสิ่งแวดล้อม
  • EU วางแผนเปิดใช้ Entry/Exit System (EES) อัตโนมัติปลายปี 2025 ซึ่งจะกระทบนักท่องเที่ยว UK แต่ข้อตกลงใหม่ช่วยบรรเทา

โดยรวม Brexit ยังคงเป็นแผลเป็นทางเศรษฐกิจ แต่ความสัมพันธ์ UK-EU ดีขึ้นอย่างมากในปี 2025 ภายใต้รัฐบาล Starmer ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเป็น “บทใหม่” หลังความตึงเครียดหลายปี

Brexit กระทบต่อค่าเงินอย่างไร?

Brexit (การที่สหราชอาณาจักรถอนตัวจากสหภาพยุโรป) มีผลกระทบสำคัญต่อตลาดค่าเงิน โดยเฉพาะปอนด์อังกฤษ (GBP) ที่อ่อนค่าลงอย่างมากตั้งแต่การลงประชามติปี 2016 จนถึงปัจจุบัน (ปลายปี 2025) ในขณะที่สกุลเงิน Safe Haven อย่างดอลลาร์สหรัฐ (USD), เยนญี่ปุ่น (JPY) และฟรังก์สวิส (CHF) ได้รับประโยชน์จากความไม่แน่นอน

ผลกระทบหลักต่อปอนด์อังกฤษ (GBP)

  • ทันทีหลังประชามติ (23 มิ.ย. 2016): ปอนด์ร่วงหนักที่สุดในประวัติศาสตร์ ตก ~10-11% เทียบ USD และ ~8% เทียบยูโร (EUR) เพราะตลาดไม่คาดคิดว่าจะโหวต Leave
  • ระยะยาว: ปอนด์อ่อนค่าถาวร ~15-20% เทียบระดับก่อนประชามติ นักวิเคราะห์อย่าง Goldman Sachs ชี้ว่า ปอนด์ยากที่จะกลับสู่ระดับ pre-Brexit เพราะการค้าลดลง ความไม่แน่นอนทางการเมือง และอุปสรรคทางการค้าใหม่
  • จุดต่ำสุด: ปี 2022 ร่วงถึง 1.03 USD (ต่ำสุดตลอดกาล) จากวิกฤต mini-budget ของ Liz Truss ที่ซ้ำเติมปัญหา Brexit
  • สถานการณ์ปี 2025: GBP/USD ฟื้นตัวบ้าง (ขึ้น ~7-8% ตลอดปี 2025) จากความสัมพันธ์ UK-EU ที่ดีขึ้นภายใต้รัฐบาล Keir Starmer แต่ยังต่ำกว่าระดับ pre-Brexit โดย GBP/EUR อยู่ราว 1.14 (จากสูงสุด 1.43 ก่อนปี 2016)

 

ปอนด์อ่อนค่าทำให้สินค้านำเข้าจาก EU แพงขึ้น ส่งผลต่อเงินเฟ้อและค่าครองชีพใน UK แต่ช่วยการส่งออกบ้าง (แม้ผลรวมทางเศรษฐกิจติดลบตามประมาณการ GDP ลด 6-8%)

ผลกระทบต่อยูโร (EUR)

  • ยูโรอ่อนค่าบ้างในช่วงแรกจากความกลัว “contagion” (ประเทศอื่นอาจตามออก) แต่ฟื้นตัวเร็วเพราะนักลงทุนมอง EUR ปลอดภัยกว่า GBP
  • Brexit ทำให้ EUR แข็งค่าเทียบ GBP และบางช่วงได้รับสถานะ Safe Haven มากขึ้น โดยเฉพาะปี 2025 จากความไม่แน่นอนนโยบายสหรัฐฯ
  • อย่างไรก็ตาม ยูโรยัง controversial เป็น Safe Haven เพราะปัญหาภายใน EU (เช่น หนี้สิน เงินเฟ้อ)

ผลกระทบต่อสกุลเงิน Safe Haven อื่นๆ

  • ดอลลาร์สหรัฐ (USD): ได้ประโยชน์มากที่สุด นักลงทุนแห่ซื้อ USD เป็น “ที่หลบภัย” ทำให้ USD แข็งค่าเทียบ GBP และ EUR
  • เยนญี่ปุ่น (JPY) และฟรังก์สวิส (CHF): ความสัมพันธ์กับสินทรัพย์เสี่ยงลดลง และ volume การซื้อขายเพิ่มในช่วงวิกฤต Brexit
  • โดยรวม ตลาดเงินเกิด “flight to safety” – นักลงทุนหนีจาก GBP/EUR ไปหา USD, JPY, CHF และทองคำ

 

สรุปผลกระทบในปี 2025

แม้ความสัมพันธ์ UK-EU ดีขึ้น (เช่น ข้อตกลงใหม่ปี 2025 ลดอุปสรรคการค้า) แต่ Brexit ยังคงเป็นปัจจัยลบระยะยาวต่อปอนด์ ทำให้ GBP ผันผวนและอ่อนแอเมื่อเทียบกับ Safe Haven อย่าง USD หากมีความไม่แน่นอนเพิ่ม (เช่น การเมือง UK หรือเศรษฐกิจโลก) ปอนด์อาจร่วงอีก ขณะที่ USD ยังครองสถานะ Safe Haven หลัก

🟩 สมัครเทรดค่าเงิน ทองคำ คริปโตที่ลิ้งค์ ข้างล่าง
https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0

spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Technical Summary Widget Powered by Investing.com

ANALYSIS BY THAIFRX