“BoJ จ่อปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 1% ในการประชุมเดือนมิถุนายนนี้ สูงสุดในรอบกว่า 30 ปี”
ประเด็นเสริม:
กระแสความคาดหวังในตลาดการเงินโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์อย่างหนาหูว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) จะทำการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นอีก 0.25% (25 bps) จากปัจจุบันที่ระดับ 0.75% สู่ระดับ 1.00% ในการประชุมนโยบายการเงินระยะเวลา 2 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันที่ 16 มิถุนายน 2026 นี้ การปรับขึ้นครั้งนี้จะถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่บีบให้ต้นทุนการกู้ยืมของญี่ปุ่นขึ้นไปแตะระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนับตั้งแต่ปี 1995
ข้อมูลเพิ่มเติมเชิงลึก (Market Insights)
1. ชนวนเหตุจากวิกฤตพลังงาน: สงครามตะวันออกกลางเร่งไฟเงินเฟ้อญี่ปุ่น
แม้ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาสแรกของปี 2026 จะเติบโตต่ำกว่าคาดการณ์เล็กน้อยโดยขยายตัวที่ระดับ 1.8% (ปรับลดลงจากประมาณการเบื้องต้นที่ 2.1%) แต่ BoJ ก็ไม่สามารถชะลอการคุมเข้มนโยบายการเงินได้เนื่องจากแรงกดดันด้านราคาที่ถาโถม
-
Supply Shock จากสงครามอิหร่าน: สงครามในตะวันออกกลางที่ยังคงคุกรุ่นและสร้างความตึงเครียด ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานโลก ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานและเชื้อเพลิงเกือบทั้งหมดต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว (Wholesale Inflation) จนทำให้บริษัทเอกชนพากันผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภค
-
การส่งสัญญาณของ Kazuo Ueda: ผู้ว่าการ BoJ รวมถึงกรรมการนโยบายการเงินอย่าง Junko Koeda ได้เปลี่ยนผ่านมุมมอง (Pivot) เข้าสู่โหมดการต่อสู้กับเงินเฟ้อย่างเต็มตัว โดยส่งสัญญาณว่าหากปล่อยให้การขึ้นดอกเบี้ยล่าช้าออกไป จะยิ่งสร้างภาระอันหนักหน่วงต่อระบบการเงินและเศรษฐกิจภาพรวมในอนาคต ล่าสุดเครื่องมือทางการเงินชี้ว่าตลาดสะท้อนโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้ไปแล้วกว่า 80% ถึง 96%
2. การปรับสมดุลพอร์ต: BoJ จ่อชะลอการลดซื้อพันธบัตร (Quantitative Tightening)
นอกเหนือจากประเด็นอัตราดอกเบี้ยแล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่นักลงทุนสถาบันจับตาคือแผนการปรับลดงบดุลหรือการลดสัดส่วนการซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) มีรายงานระบุว่า BoJ มีแนวโน้มที่จะเลือก ชะลอหรือชั่วคราว (Pause/Slow down) มาตรการปรับลดการซื้อพันธบัตร ออกไปก่อนจนถึงปีงบประมาณ 2027 เพื่อป้องกันไม่ให้ตลาดตราสารหนี้เกิดความผันผวนรุนแรงจนเกินไปในระหว่างที่ทำการขึ้นดอกเบี้ย
3. ผลกระทบต่อคู่เงิน USD/JPY
กระแส Hawkish ข้ามทวีปของ BoJ ได้กลายเป็นเกราะกำบังชั้นดีที่คอยสกัดกั้นการอ่อนค่าของเงินเยน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเยนจะมีแรงหนุนในตัวเอง แต่คู่เงินหลักอย่าง USD/JPY ก็ยังสู้กันอย่างดุเดือด เนื่องจากฝั่งดอลลาร์สหรัฐก็ได้รับแรงหนุนจากตัวเลขจ้างงาน Nonfarm ที่แข็งแกร่งและโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเช่นกัน ส่งผลให้ทิศทางราคาของคู่เงินนี้เป็นการบีบอัดตัวและผันผวนสูงในกรอบด้านบน
บทสรุปและมุมมองทางเทคนิคจาก THAIFRX.COM
บทวิเคราะห์โดย THAIFRX.COM:
“การก้าวข้ามผ่านแนวคิดเงินฝืดและดันดอกเบี้ยสู่ระดับ 1% ของ BoJ ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ทางประวัติศาสตร์การเงินของญี่ปุ่นรอบ 30 ปีเลยครับ ในเชิงปัจจัยพื้นฐาน ข่าวนี้จะเป็นตัวสร้างแรงส่ง (Bullish Drive) ให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นในระยะกลาง-ยาว อย่างไรก็ตาม ในทางเทคนิคสำหรับคู่เงิน USD/JPY ตลาดเข้าสู่สภาวะ ‘ศึกชนช้าง’ ของแท้ครับ ดอลลาร์ก็ได้แรงหนุนจากดอกเบี้ยเฟดที่ส่อแววค้างสูงยาวนาน ส่วนเยนก็พร้อมแข็งค่ารับข่าว BoJ ขึ้นดอกเบี้ย 1% แนะนำให้สมาชิกเน้นเทรดตามกรอบแนวรับแนวต้านเทคนิค ระวังการเก็งกำไรฝั่ง Buy ที่ไล่ราคาบริเวณแนวต้านใหญ่ และควรแบ่งไม้บริหารความเสี่ยงให้ดีก่อนเข้าสู่สัปดาห์ประกาศผลการประชุมจริงในวันที่ 15-16 มิถุนายนนี้ครับ”




