“เงินปอนด์พุ่งต่อเนื่อง อานิสงส์คาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ยแผ่วลงฉุดดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า”
-
คู่เงิน GBP/USD เดินหน้าบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 9 โดยซื้อขายอยู่บริเวณ 1.3390 ในช่วงเซสชันเอเชียวันอังคาร เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐ (USD) เผชิญแรงกดดันหลังจากตลาดปรับลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด (Fed) ในเดือนนี้และเดือนกันยายนลง หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ สามเดือนล่าสุด (เม.ย.-มิ.ย.) ออกมาชะลอตัวลงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดไว้ ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลงก่อนหน้านี้ช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม ฝั่งเงินปอนด์ (GBP) ก็เริ่มมีความเสี่ยงค้ำคอหลังจากตลาดหั่นคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ลงเช่นกัน
📊 ข้อมูลเพิ่มเติมและบทวิเคราะห์เชิงลึก (Market Insights)
1. ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Drivers)
-
นโยบายเฟดส่งสัญญาณยืดหยุ่น ท่ามกลางถ้อยแถลงเชิง Hawkish ย่อย: แม้ตัวเลขตลาดแรงงานและราคาน้ำมันดิบที่ดิ่งลงจากข้อตกลง OPEC+ และความหวังดีลสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านจะช่วยลดความตึงเครียดด้านเงินเฟ้อลง (Softening Fed Policy Outlook) แต่ดอลลาร์ยังคงได้แรงหนุนทางอ้อมจาก Christopher Waller หนึ่งในผู้ว่าการเฟด ที่ส่งสัญญาณเชิงคุมเข้ม (Hawkish) โดยเน้นย้ำถึงเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% และหนุนการใช้นโยบายแบบยืดหยุ่น ดัชนีความเชื่อมั่นเฟด (FXS Fed Sentiment Index) พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 125.72 สะท้อนว่าดอลลาร์อาจไม่ได้อ่อนค่าเป็นทางยาว
-
ตัวเลข ISM Services PMI สหรัฐฯ ยืนระยะได้ดี: ดัชนี PMI ภาคบริการเดือนมิถุนายนประกาศออกมาที่ 54.0 (ตามคาด) ชี้ว่าภาคบริการสหรัฐฯ ยังขยายตัวแข็งแกร่ง โดยดัชนีฝั่งการจ้างงานพุ่งพ้นเขตหดตัวขึ้นมาอยู่ที่ 51.2 แม้ดัชนีฝั่งราคา (Prices Index) จะย่อลงมาที่ 67.7 ก็ตาม
-
ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ประเมินเงินเฟ้ออาจดีดตัวช่วงฤดูใบไม้ร่วง: ฝั่งสหราชอาณาจักร (UK) เงินเฟ้อปัจจุบันอยู่ที่ 2.8% และผู้ว่าการ BoE (Andrew Bailey) ยืนยันว่าเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมาย 2% แต่อาจช้ากว่าที่คิด และปฏิเสธการลดดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ ผลการประชุมล่าสุด BoE มีมติคงดอกเบี้ยที่ 3.75% ด้วยคะแนน 7-2 (โดยมีเสียงโหวตให้ขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเป็น 2 เสียง) ทางสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่คาดว่า BoE อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงปลายปี 2026 เนื่องจากความเสี่ยงที่เงินเฟ้ออาจดีดกลับไปเกิน 3% ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจากต้นทุนพลังงานตกค้าง
2. มุมมองทางเทคนิค (Technical Analysis)
-
การวิ่งขึ้น 9 วันติด (9-Day Winning Streak): GBP/USD พุ่งขึ้นทดสอบระดับแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยาที่ 1.3390 – 1.3400 ซึ่งเป็นโซนของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (200-day SMA) พอดี การขึ้นติดต่อกันยาวนานทำให้สัญญานทางเทคนิคเริ่มเข้าใกล้ภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) การสะสมพลังหรือย่อตัวระยะสั้นมีโอกาสเกิดขึ้นสูงหากไม่สามารถผ่านแนวต้านนี้ไปได้
📈 ตารางสรุปแนวรับ – แนวต้าน (Support & Resistance)
| ระดับสำคัญ | ราคา (Price) | รายละเอียดทางเทคนิค / นัยสำคัญ |
| แนวต้าน 2 | 1.3460 |
จุดสูงสุดเดิมของเดือนมิถุนายน (เป้าหมายถัดไปหากเบรค 200 SMA) |
| แนวต้าน 1 | 1.3397 - 1.3400 |
เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน (200-day SMA) ด่านหินสำคัญประจำสัปดาห์ |
| ราคาปัจจุบัน | 1.3390 |
(ปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านในเซสชันเอเชีย) |
| แนวรับ 1 | 1.3340 |
แนวฐานราคาต่ำสุดของวันจันทร์ที่ผ่านมา |
| แนวรับ 2 | 1.3268 |
จุดต่ำสุดเดิมของวันพฤหัสบดีสัปดาห์ก่อน (แนวรับแข็งแกร่ง) |
| แนวรับสำคัญ | 1.3140 |
จุดต่ำสุดของปี 2026 (YTD Low) ที่ทำไว้ในเดือนมิถุนายน |
🎯 บทสรุปสำหรับนักเทรด (Trader’s Conclusion)
“ราคาชนแนวต้านสำคัญ 200-day SMA ระวังแรงเทขายทำกำไร”
แม้ว่า GBP/USD จะมีโมเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแกร่งจากการวิ่งบวก 9 วันรวด แต่การขึ้นมาชนเส้น 200-day SMA บริเวณ 1.3400 ควบคู่ไปกับดัชนีภาคบริการของสหรัฐฯ (ISM) และถ้อยแถลงของ Waller ที่ยังคงไม่ได้แย่ ทำให้ดอลลาร์อาจมีแรงฮึดสู้ในโซนนี้
กลยุทธ์ฝั่ง Buy (Long): แนะนำให้ชะลอการเข้าซื้อไล่ราคาที่แนวต้าน ควรรอให้ราคา Breakout ยืนเหนือ
1.3400อย่างมั่นคงเสียก่อน หรือรอจังหวะย่อตัวลงมาสะสมพลังบริเวณแนวรับ1.3340กลยุทธ์ฝั่ง Sell (Short): สามารถเปิดสถานะ Sell สั้น ๆ (Counter-Trend) ใกล้บริเวณ
1.3390 - 1.3400โดยตั้ง Stop Loss ไว้เหนือระดับ1.3420เพื่อเก็งกำไรจากการย่อตัวทำกำไร (Profit-taking) ของตลาด โดยมีเป้าหมายแรกที่1.3340



