spot_img
หน้าแรกANALYSIS BY THAIFRXทองคำดิ่งพสุธาทุบสถิติต่ำสุดใหม่ของปี (YTD Low) หลังความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน และแรงเก็งกำไรเฟดขึ้นดอกเบี้ยหนุนดอลลาร์พุ่ง

ทองคำดิ่งพสุธาทุบสถิติต่ำสุดใหม่ของปี (YTD Low) หลังความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน และแรงเก็งกำไรเฟดขึ้นดอกเบี้ยหนุนดอลลาร์พุ่ง

“ทองคำดิ่งพสุธาทุบสถิติต่ำสุดใหม่ของปี (YTD Low) หลังความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน และแรงเก็งกำไรเฟดขึ้นดอกเบี้ยหนุนดอลลาร์พุ่ง”

ราคาทองคำโดนแรงเทขายอย่างหนักต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ดิ่งหลุดระดับจิตวิทยา $4,000 ลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 บริเวณ $3,942-$3,943 ท่ามกลางดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นรับสัญญาณขัดแย้งด้านการทูต และคาดการณ์ว่าประธานเฟดคนใหม่ Kevin Warsh จะยังคงเดินหน้านโยบายการเงินที่เข้มงวด

📈 ข้อมูลเพิ่มเติมและบทวิเคราะห์ตลาด (Market Insights)

การร่วงลงของราคาทองคำ (XAU/USD) ในวันนี้ ถือเป็นหนึ่งในการปรับฐานครั้งใหญ่ที่สุดของปี 2026 โดยราคากระชากหลุดแนวรับจิตวิทยาสำคัญเดิมที่ $4,000 ลงมาอย่างรุนแรง จากการรุมเร้าของ 3 ปัจจัยหลักในตลาดโลก:

  • เมื่อทองคำสูญเสียสถานะหลบภัยให้ดอลลาร์ (Safe-Haven Shift): แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยังตึงเครียดจากการปะทะแถวช่องแคบฮอร์มุซ แต่สัญญาณทางการทูตที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง—โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าอิหร่านขอเปิดโต๊ะเจรจาที่กรุงโดฮาในวันอังคารนี้ แต่ฝั่งรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศของอิหร่านกลับออกมาปฏิเสธเสียงแข็ง—ความไม่แน่นอนที่สูงลิ่วนี้กลับผลักดันให้นักลงทุนเลือกที่จะถือครอง “เงินสดดอลลาร์สหรัฐ (USD)” เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยหลัก แทนที่จะเป็นทองคำ ส่งผลให้ดอลลาร์ดีดตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 13 เดือนทันที

  • ความกลัวเงินเฟ้อรอบใหม่ดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย (Fed Hike Bets): การกระทบกระทั่งกันระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านก่อนหน้านี้ได้จุดชนวนความกังวลว่ารากฐานของเงินเฟ้อทั่วโลกอาจพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง ปัจจัยนี้กลายเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่ทำให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักการคาดการณ์ใน CME FedWatch Tool โดยมองว่ามีโอกาสสูงถึง 63% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน และโอกาสทะลุ 80% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปี 2026 นี้ อัตราดอกเบี้ยที่กำลังจะปรับตัวสูงขึ้นสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย (Non-yielding Asset)

  • ผลกระทบต่อเนื่องจากเงินเยนดิ่ง (Yen Collateral Damage): อีกหนึ่งปัจจัยหนุนที่ทำให้ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ปั่นป่วนคือ การอ่อนค่าของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่ทรุดตัวลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 4 ทศวรรษเมื่อเทียบกับดอลลาร์ การแข็งค่าอย่างเบ็ดเสร็จของดอลลาร์สหรัฐในทุกกระดาน (Broadly Firmer USD) จึงกลายเป็นแรงทุบราคาทองคำทางอ้อมให้ทรุดตัวลงตาม

 

📊 แนวรับ – แนวต้านสำคัญทางเทคนิค (XAU/USD)

ภาพรวมในกราฟ 4 ชั่วโมง (4-Hour Chart) บ่งบอกว่าฝั่งหมี (Bearish Bias) กำลังคุมตลาดอย่างเบ็ดเสร็จหลังจากราคาหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 100-period SMA และแนวรับ $4,000 ลงมา

  • แนวต้านสำคัญ (Resistance):

    • แนวต้านที่ 1: $4,000 (ด่านจิตวิทยาสำคัญที่เคยเป็นแนวรับหนาแน่น ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นแนวต้านแรก)

    • แนวต้านที่ 2: $4,045 (โซนแนวต้านย่อยระดับอินทราเดย์ที่ราคาเคยพักตัว)

    • แนวต้านที่ 3: $4,100 / $4,180 (ระดับแนวต้านใหญ่ และเส้นค่าเฉลี่ย 100 SMA ตามลำดับ)

  • แนวรับสำคัญ (Support):

    • แนวรับที่ 1: $3,940 (โซนจุดต่ำสุดใหม่ของปี หรือ YTD Low ที่กำลังทดสอบ)

    • แนวรับที่ 2: $3,900 (แนวรับจิตวิทยาขนาดใหญ่ถัดไป)

    • แนวรับที่ 3: $3,850 (ฐานรากของระบบโครงสร้างราคาระยะยาวตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว)

 

⚠️ ข้อควรระวังทางเทคนิค: ค่าดัชนี RSI ในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง ปัจจุบันลงมาจ่ออยู่ที่ระดับ 34 ซึ่งใกล้เข้าสู่เขตขายมากเกินไป (Oversold Territory) ขณะที่สัญญาณ MACD แม้จะอยู่ใต้เส้นศูนย์ แต่เริ่มแสดงปริมาณแท่งฮิสโตแกรมที่ลดลง (Waning Negative Reading) บ่งชี้ว่าแรงขายอาจเริ่มอ่อนกำลังลงในระยะสั้น และราคามีความเสี่ยงที่จะเกิดการดีดตัวสลับเพื่อพักฐาน (Corrective Rebound) ได้ทุกเมื่อ

📝 บทสรุปทิศทางตลาดจาก THAIFRX.COM

THAIFRX Market Executive Summary: ราคาทองคำในปัจจุบันกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่จากการเปลี่ยนผ่านเชิงนโยบาย ทั้งจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่หนุนดอลลาร์ และการรอจับตาสุนทรพจน์ของ Kevin Warsh ประธานเฟดคนใหม่ ในวันพฤหัสบดีนี้ที่งาน ECB Forum ณ เมืองซินทรา รวมถึงตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) การที่ราคาหลุด $4,000 ลงมา ถือเป็นการเปิดพิมพ์เขียวให้ฝั่งผู้ขายได้เปรียบในภาพกว้าง

กลยุทธ์การเทรดประจำวัน: แม้ว่าแนวโน้มหลักจะเป็นขาลงอย่างชัดเจน แต่เนื่องจาก RSI ใกล้ภาวะ Oversold การกระโดดเข้าสถานะ Sell ตามน้ำบริเวณ $3,940 ทันที ถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะโดนลากติดลบจากการดีดตัวกลับทางเทคนิค (Technical Rebound)

  • แนะนำกลยุทธ์ “รอราคาดีดตัวขึ้นแล้วค่อยเปิดสถานะ Sell” (Sell on Rallies) โดยรอให้ราคาฟื้นตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณแนวต้านจิตวิทยา $3,990 - $4,000 หากราคาไม่สามารถทะลุผ่านขึ้นไปได้และเกิดสัญญาณกลับตัว ให้พิจารณาเปิดสถานะ Sell

  • ตั้งเป้าหมายทำกำไรระยะสั้นที่ระดับ $3,945 และเป้าหมายถัดไปที่ $3,910

  • ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ไว้อย่างเคร่งครัดเหนือระดับ $4,015 เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากดอลลาร์กลับมาอ่อนค่าฉับพลัน

spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Technical Summary Widget Powered by Investing.com

ANALYSIS BY THAIFRX