“เงินปอนด์อังกฤษปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 1.3250 ท่ามกลางแนวโน้มดอกเบี้ยคงที่ของ BoE ขณะที่นักลงทุนรอคอยข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ”
📈 ข้อมูลเพิ่มเติมและบทวิเคราะห์ตลาด (Market Insights)
คู่เงินปอนด์เทียบดอลลาร์สหรัฐ (GBP/USD) อ่อนตัวลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 1.3240 ในช่วงเซสชันเอเชียของวันอังคาร โดยเงินปอนด์เผชิญแรงกดดันรอบด้านทั้งจากปัจจัยนโยบายการเงินและการเมืองภายในประเทศอังกฤษ ดังนี้:
-
นโยบายการเงินที่ต่างขั้ว (Divergence of Central Banks): ผลสำรวจจากสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะเดินหน้า “คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.75% ไปจนถึงสิ้นปี 2026” เป็นการส่งสัญญาณหยุดพักชั่วคราวหลังจากที่เคยปรับลดลงมา ในทางกลับกัน ฝั่งธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) กลับส่งสัญญาณในเชิงเข้มงวด (Hawkish) มากขึ้น โดยเครื่องมือ CME FedWatch Tool ชี้ว่าตลาดให้น้ำหนักถึง 60% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนกันยายน 2026 เพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่เหนือเป้าหมาย 2% ส่วนต่างแนวโน้มดอกเบี้ยนี้จึงส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐได้เปรียบเงินปอนด์ในระยะนี้
-
ความระมัดระวังก่อนสัปดาห์แห่งตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ: นักลงทุนส่วนใหญ่เลือกที่จะชะลอการลงทุนเพื่อรอคอยชุดข้อมูลแรงงานสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะทยอยประกาศในสัปดาห์นี้ ทั้งตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP และดัชนีจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls – NFP) ซึ่งในรอบนี้จะประกาศเร็วขึ้นเป็นช่วงค่ำวันพฤหัสบดี โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 110,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานจะทรงตัวอยู่ที่ 4.3%
-
สุญญากาศการเมืองอังกฤษและก้าวแรกของว่าที่นายกฯ: หลังจากที่ เคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) เผชิญแรงกดดันทางการเมืองและประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้นำพรรครัฐบาล (พรรคแรงงาน) ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ล่าสุด แอนดี เบิร์นแฮม (Andy Burnham) ตัวเต็งอันดับหนึ่งขวัญใจสายปฏิรูปได้ออกแถลงการณ์เชิงรุก โดยประกาศนโยบายเตรียมจัดตั้งสำนักงานรัฐบาลแห่งใหม่ในแมนเชสเตอร์ภายใต้ชื่อ “No. 10 North” เพื่อกระจายอำนาจการบริหารและเป็นศูนย์กลางการปฏิรูปประเทศ หากไม่มีคู่แข่งเพิ่ม คาดว่าเบิร์นแฮมจะก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษอย่างเร็วที่สุดในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ ความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างนี้ทำให้ค่าเงินปอนด์ยังคงผันผวนและขาดทิศทางที่ชัดเจน
📊 แนวรับ – แนวต้านสำคัญทางเทคนิค (GBP/USD)
กราฟเทคนิคในกรอบเวลารายวัน (Daily) และ 4 ชั่วโมง แสดงการย่อตัวลงมาทดสอบกึ่งกลางของกรอบ Sideways ในรอบสองสัปดาห์
-
แนวต้านสำคัญ (Resistance):
-
แนวต้านที่ 1:
1.3270(จุดสูงสุดเดิมของสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งเป็นกรอบบนของ Channel แนวนอน) -
แนวต้านที่ 2:
1.3320(โซนแนวต้านหนาแน่นทางโครงสร้างราคาที่เป็นแนวรับเก่าในอดีต) -
แนวต้านที่ 3:
1.3440(ระดับสูงสุดประจำช่วงกลางเดือนมิถุนายน)
-
-
แนวรับสำคัญ (Support):
-
แนวรับที่ 1:
1.3200(แนวรับจิตวิทยาอินทราเดย์ด่านแรก) -
แนวรับที่ 2:
1.3140(กรอบล่างของช่องแชนแนลแนวนอนที่เป็นฐานราคาหลัก) -
แนวรับที่ 3:
1.3000(แนวรับใหญ่ทางจิตวิทยาและโครงสร้างราคาภาพใหญ่)
-
📝 บทสรุปทิศทางตลาดจาก THAIFRX.COM
THAIFRX Market Executive Summary: คู่เงิน GBP/USD ในเวลานี้กำลังเคลื่อนไหวตามสภาวะ “รอคอยปัจจัยหนุนใหม่” แรงขับเคลื่อนของฝั่งเงินปอนด์ถูกจำกัดด้วยความไม่แน่นอนทางการเมืองในการเปลี่ยนผ่านเก้าอี้นายกรัฐมนตรี และการคาดการณ์ว่า BoE จะแช่แข็งดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% นานกว่าที่คาด ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐยังคงรักษาความแข็งแกร่งจากการเก็งกำไรเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในเดือนกันยายน ภาพรวมราคาจึงเป็นลักษณะย่อตัวซึมลง (Softening) ในกรอบเวลาระยะสั้น
กลยุทธ์การเทรดประจำวัน: ตราบใดที่ราคายังไม่หลุดแนวรับสำคัญระดับ
1.3200โครงสร้างราคายังคงติดอยู่ในกรอบไซด์เวย์ แนะนำกลยุทธ์ “เด้ง Sell ระยะสั้นในกรอบ” (Sell on Rallies) โดยรอจังหวะให้ราคาฟื้นตัวขึ้นทดสอบบริเวณแนวต้านย่อย1.3250 - 1.3270หากเริ่มหมดแรงสะสมสัญญาลดลง สามารถพิจารณาเปิดสถานะ Sell GBP/USD เก็งกำไรระยะสั้นลงมาหาเป้าหมายทำกำไรที่1.3200และ1.3150ตามลำดับ โดยตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ไว้เหนือระดับ1.3300เพื่อจำกัดความเสี่ยงก่อนที่ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ จะประกาศ



