ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วงพิจารณาข้อตกลงขยายระยะเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไปอีก 60 วัน (จากเดิมที่เริ่มหยุดยิงเมื่อต้นเดือนเมษายน) เพื่อเปิดทางให้ฝ่ายนิติบัญญัติและนักการทูตหาแนวทางยุติสงครามอย่างถาวร
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังคงมีจุดยืนและเงื่อนไขที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ดังนี้:
-
ฝั่งสหรัฐฯ (ทรัมป์): ยื่นคำขาดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันทีโดยไม่มีการเก็บค่าผ่านทาง รวมถึงต้องยุติและรื้อถอนศักยภาพในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมด ย้ำว่าจะไม่มีการปล่อยเงินหรือสินทรัพย์ใด ๆ จนกว่าจะมีการแจ้งให้ทราบต่อไป
-
ฝั่งอิหร่าน: มองว่าท่าทีของทรัมป์เป็นการสร้าง “ชัยชนะจอมปลอม” (Fabricated Victory) โดยระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงนี้ไม่รวมถึงประเด็นนิวเคลียร์ และการจัดการช่องแคบฮอร์มุซเป็นสิทธิ์ของอิหร่านและโอมาน ซึ่งจะเปิดก็ต่อเมื่อสหรัฐฯ ยกเลิกการคว่ำบาตร (Blockade) เรือขนส่งของอิหร่านก่อน นอกจากนี้อิหร่านยังเรียกร้องให้ปล่อยสินทรัพย์ที่ถูกแช่แข็งจำนวน 12,000 ล้านดอลลาร์ รวมถึงให้สหรัฐฯ ถอนกำลังออกจากภูมิภาคและให้อิสราเอลยุติการบุกเลบานอน
📈 ข้อมูลเพิ่มเติมและมุมมองตลาด (Market Insights)
1. ผลกระทบต่อราคาน้ำมันและตลาดทุน (Oil & Stock Markets)
-
ราคาน้ำมันดิบโลก (LCOc1) ปรับตัวลดลง ทันทีที่มีข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในโลกสำหรับการขนส่งน้ำมัน (คิดเป็นประมาณ 1 ใน 5 ของการบริโภคน้ำมันทั่วโลก) การส่งสัญญาณเปิดช่องแคบช่วยลดความกังวลเรื่องภาวะอุปทานขาดแคลน (Supply Shock)
-
ตลาดหุ้นเคลื่อนไหวในแดนบวก เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อรอบใหม่ที่เกิดจากต้นทุนพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจโลกมาตั้งแต่เริ่มสงครามเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
2. แรงกดดันทางการเมืองของทรัมป์ (Political Pressure)
-
ทรัมป์กำลังเผชิญหน้ากับ “ศึกสองด้าน” ด้านหนึ่งคือความกดดันจากผู้สิทธิ์เลือกตั้งชาวอเมริกันที่ตื่นตระหนกกับราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา (Congressional Elections) ในเดือนพฤศจิกายนนี้ อีกด้านหนึ่งคือต้องรับมือกับกลุ่ม “สายเหยี่ยว” (Iran Hawks) ภายในพรรค Republican ของตนเองที่ต่อต้านการอ่อนข้อหรือให้ผลประโยชน์ใด ๆ แก่อิหร่าน
3. บทบาทของคาซัคสถานและ IAEA
-
นายราฟาเอล กรอสซี (Rafael Grossi) ผู้อำนวยการ ผอ.สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ระบุว่า คาซัคสถาน พร้อมที่จะเข้ามาเป็นผู้รับฝากและควบคุมคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน หากข้อตกลงนี้เกิดขึ้นจริง เนื่องจากคาซัคสถานมีโครงสร้างพื้นฐาน “ธนาคารยูเรเนียม” (Uranium Bank) ภายใต้การควบคุมของระหว่างประเทศอยู่แล้ว ซึ่งเป็นทางออกที่ช่วยลดความตึงเครียดด้านนิวเคลียร์ลงได้ระดับหนึ่ง




