spot_img
หน้าแรกANALYSIS BY THAIFRXทองคำชะลอการฟื้นตัว หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งแรงตอกย้ำเฟดขึ้นดอกเบี้ย ท่ามกลางความไม่แน่นอนดีลหยุดยิงอิหร่าน

ทองคำชะลอการฟื้นตัว หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งแรงตอกย้ำเฟดขึ้นดอกเบี้ย ท่ามกลางความไม่แน่นอนดีลหยุดยิงอิหร่าน

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0

ทองคำชะลอการฟื้นตัว หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งแรงตอกย้ำเฟดขึ้นดอกเบี้ย ท่ามกลางความไม่แน่นอนดีลหยุดยิงอิหร่าน

  • ราคาทองคำชะลอการดีดตัวกลับ (Overnight recovery) หลังจากฟื้นขึ้นมาจากจุดต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ท่ามกลางสัญญาณที่ผสมผสานเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน

  • ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นช่วยหนุนกระแสคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยพยุงเงินดอลลาร์และจำกัด Upside ขาขึ้นของทองคำ

  • โครงสร้างทางเทคนิคยังคงเอื้อประโยชน์ต่อฝั่งเทรดเดอร์ขาลง (Bearish Traders) ทำให้นักลงทุนต้องเพิ่มความระมัดระวังก่อนที่จะเปิดสถานะ Buy เพิ่มเติม

ราคาทองคำ (XAU/USD) เผชิญความยากลำบากในการสานต่อแรงส่งจากการดีดตัวกลับอย่างแข็งแกร่งเมื่อวันก่อนหน้า หลังจากราคาดิ่งลงไปแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคมในโซน $4,366 – $4,367 โดยราคากลับมาแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (Oscillates in a narrow band) ในช่วงเซสชันเอเชียของวันศุกร์ ปัจจุบันซื้อขายอยู่แถวระดับจิตวิทยาสำคัญที่ $4,500 แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า เนื่องจากเทรดเดอร์เลือกที่จะ “รอดูสถานการณ์” ความคืบหน้าของดีลหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่านก่อนเปิดสถานะใหม่

สำนักข่าว Axios อ้างอิงแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 2 ท่าน รายงานว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุ “ร่างข้อตกลง” (Draft Agreement) ในการขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน ข่าวดังกล่าวช่วยบรรเทาความกังวลของตลาดเกี่ยวกับการหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบในระยะยาว และส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ยังคงทรุดตัวอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเดือน ซึ่งปัจจัยนี้ช่วยลดแรงกดดันเรื่องเงินเฟ้อและลดความคาดหวังในการขึ้นดอกเบี้ยลงชั่วคราว ยิ่งไปกว่านั้น บรรยากาศเชิงบวกนี้ยังบ่อนทำลายสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยของเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) จนกลายเป็นแรงหนุนเชิงบวก (Tailwind) ดันให้ราคาทองคำรีบาวด์กลับขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอสันติภาพล่าสุดนี้ ยังคงต้องรอการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยิ่งไปกว่านั้น นักลงทุนในตลาดยังคงมีความเคลือบแคลงสงสัย (Skeptical) ว่าดีลนี้จะสามารถยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 เดือนได้จริงหรือไม่ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นต่างอย่างรุนแรงในประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของเตหะรานและการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ความเสี่ยงที่การสู้รบจะปะทุขึ้นมาใหม่ทุกเมื่อจึงช่วยจำกัดการร่วงลงของเงินดอลลาร์ และสกัดกั้นไม่ให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นไปได้ไกล

นอกจากนี้ ฝั่งขาลงของดอลลาร์ (USD Bears) ยังคงมีความลังเล หลังจากสหรัฐฯ รายงานตัวเลขเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นเร็วที่สุดในรอบ 3 ปี ซึ่งขับเคลื่อนโดยต้นทุนพลังงานจากวิกฤตตะวันออกกลาง โดยสำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐฯ (BEA) รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ดัชนีราคา PCE ทั่วไป (Headline PCE) พุ่งขึ้นสู่ระดับ 3.8% YoY ในเดือนเมษายน (จาก 3.5% ในเดือนก่อนหน้า) ขณะที่ ดัชนี Core PCE (ไม่รวมอาหารและพลังงาน) ดีดตัวขึ้นสู่ 3.3% YoY ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ข้อมูลดังกล่าวตอกย้ำว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงยาวนานขึ้นเพื่อสู้กับเงินเฟ้อ แม้ว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2026 (ประมาณการครั้งที่ 2) จะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 1.6% (ต่ำกว่าประมาณการครั้งแรกที่ 2.0%) ก็ตาม ปัจจุบัน ข้อมูลจาก CME Group’s FedWatch Tool ชี้ว่า เทรดเดอร์ให้น้ำหนักราว 50% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 25 bps ภายในปี 2026 นี้ ปัจจัยนี้จึงทำให้นักลงทุนต้องระมัดระวังเป็นพิเศษก่อนที่จะวางหมากฝั่ง Buy ทองคำอย่างดุดัน

📉 วิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค (Technical Analysis)

เมื่อวานนี้คู่เงิน XAU/USD แสดงให้เห็นถึงความอึด (Resilience) โดยสามารถยืนหยัดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน (200-day SMA) ที่ระดับ $4,405.20 ได้อย่างเหนียวแน่น และดีดตัวกลับจากขอบล่างของกรอบแนวโน้มขาลงระยะสั้น (Short-term descending channel) ส่งผลให้ภาพรวมแนวโน้มขาขึ้นในระยะยาว (Broader Uptrend) ยังไม่ถูกทำลาย อย่างไรก็ตาม การขาดแรงซื้อตาม (Lack of follow-through buying) ในวันนี้ทำให้ฝั่งขา Buy ต้องระวัง

  • อินดิเคเตอร์เชิงเทคนิค: MACD ยังจมอยู่ในแดนลบ (Negative territory) และ RSI แกว่งตัวอยู่ที่ระดับ 42 สะท้อนว่าโมเมนตัมขาลงเริ่มอ่อนกำลังลงแต่ยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะขายมากเกินไป (Oversold) นอกจากนี้ ราคายังคงถูกกดอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน (50-day SMA) ที่ $4,627.51 และกรอบแนวต้านของแชนแนลขาลงที่ $4,667.32

  • แนวรับสำคัญ: $4,405.20 (200-day SMA) และ $4,348.84 (ขอบล่างแชนแนลขาลง) หากหลุดด่านนี้จะเป็นการยืนยันขาลงเต็มตัวและเปิดหน้าเข้าสู่ช่วงปรับฐานใหญ่ (Deeper corrective phase)

  • แนวต้านสำคัญ: $4,580 – $4,600 (โซนแนวต้านจิตวิทยาและเส้น 20 SMA)

 

📊 เจาะลึกตลาด (Market Insights) โดย THAIFRX.COM

ความเคลื่อนไหวของทองคำที่กลับมา “Pauses” หรือหยุดนิ่งบริเวณ $4,500 สะท้อนสภาวะการคานอำนาจระหว่างเทคนิคอลและปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) ที่สำคัญ 2 มิติ:

1. วิกฤต Stagflation ของสหรัฐฯ เริ่มชัดเจน (GDP ต่ำ แต่ PCE สูง)

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ประกาศเมื่อคืนวันพฤหัสบดีสร้างความปวดหัวให้เฟดอย่างมาก เพราะเกิดภาพ “GDP ร่วงเหลือ 1.6% แต่เงินเฟ้อ PCE พุ่งทะยานสู่ 3.8%” นี่คือสัญญาณเตือนภัยของภาวะ Stagflation ขนานแท้ ในมุมของทองคำ ข้อมูลนี้เป็นดาบสองคม: ด้านหนึ่ง GDP ที่แย่ลงทำให้คนอยากซื้อทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย แต่อีกด้านหนึ่ง เงินเฟ้อ PCE ที่พุ่งสูงสุดในรอบ 3 ปี บีบให้เฟดไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้อง “คงดอกเบี้ยแพง” หรือ “ขึ้นดอกเบี้ยต่อ” ซึ่งเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของทองคำ ราคาจึงติดแหง็กอยู่ที่ $4,500 ไปไหนได้ไม่ไกล

2. กับดัก “ร่างข้อตกลง 60 วัน” และอำนาจตัดสินใจของทรัมป์

ข่าวดีลร่างหยุดยิง 60 วันจากสื่อ Axios ช่วยพยุงราคาทองคำไม่ให้ดิ่งตกเหวหลุดเส้น 200 วัน แต่เหตุผลที่ราคายังไม่ยอมวิ่งขึ้นต่อ (No Follow-through Buying) เพราะคำสำคัญในข่าวคือ “ต้องรอการอนุมัติขั้นสุดท้ายจาก โดนัลด์ ทรัมป์” เทรดเดอร์ในวอลล์สตรีทรู้ดีว่า ทรัมป์สามารถคว่ำโต๊ะเจรจาได้ทุกเมื่อหากข้อตกลงไม่เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ (ตามที่เขาเพิ่งขู่ว่าไม่แคร์เลือกตั้งกลางเทอม) ตลาดจึงยังไม่กล้าถอดค่าความเสี่ยงสงครามออกไปทั้งหมด ทำให้ดอลลาร์ยังแข็งค่าค้ำราคาทองเอาไว้

📝 บทสรุปแนวโน้มจาก THAIFRX.COM (Trader’s Takeaway)

“ทองคำฟื้นมารอดตายที่เส้น 200 วัน แต่ด่าน $4,500 ยังคงเป็นกำแพงหิน หน้า Sell ยังได้เปรียบทางเทคนิค” แม้ว่าการปิดแท่งเทียนวันพฤหัสบดีจะสร้างแท่งรีบาวด์ที่สวยงามจากโซน $4,366 สะท้อนว่าเส้น 200 วัน (200-day SMA) เป็นแนวรับที่แข็งแกร่งของปี 2026 แต่ภาพรวมในโครงสร้าง Daily Chart ทองคำยังคงติดอยู่ใน “แชนแนลขาลง” (Descending Channel) และอยู่ใต้เส้น 50-day SMA อย่างชัดเจน ตราบใดที่ไม่มีการเซ็นอนุมัติหยุดยิงอย่างเป็นทางการจากทรัมป์ การเด้งขึ้นมาสะสมพลังบริเวณ $4,500 ยังมองว่าเป็นเพียงการรีบาวด์เพื่อลงต่อ (Dead Cat Bounce)

กลยุทธ์การเทรดประจำวันศุกร์ (ปิดสัปดาห์):

  • สำหรับสายเก็งกำไรระยะสั้น (Day Trade/Scalping): โฟกัสกลยุทธ์ “ขึ้น Sell” ในโซนแนวต้าน $4,520 – $4,535 วางจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เหนือระดับ $4,560 ตั้งเป้าหมายเก็บกำไรระยะสั้นที่กรอบแนวรับ $4,450 และ $4,410

  • สำหรับสายลงทุนระยะกลาง-ยาว (Swing Trade): การที่ราคาไม่หลุดเส้น 200 วัน ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับคนที่ต้องการสะสมทองคำแท่ง หากราคามีการย่อตัวย้ำฐานอีกครั้งในวันศุกร์นี้แถวบริเวณ $4,410 – $4,400 และไม่หลุดต่ำกว่า $4,350 สามารถทยอยแบ่งไม้เปิดสถานะ Buy เพื่อเล่นรอบรีบาวด์ใหญ่ในสัปดาห์ถัดไปได้ โดยมี Risk/Reward Ratio ที่คุ้มค่า

🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้ https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0

spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Technical Summary Widget Powered by Investing.com

ANALYSIS BY THAIFRX