ราคา GBP/USD: ซบเซาต่ำกว่า 1.3500 จากดอลลาร์ที่แข็งค่า แต่โครงสร้างขาขึ้นยังไม่เสียหาย
-
GBP/USD เผชิญกับแรงเทขายและลบล้างช่วงขาขึ้นของวันจันทร์บางส่วน หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์
-
ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และการเดิมพันว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ปลุกแรงซื้อดอลลาร์ให้กลับมาและกดดันคู่เงินหลักนี้
-
โครงสร้างทางเทคนิคยังคงเอื้อประโยชน์ต่อฝั่ง Buy (Bulls) และสนับสนุนโอกาสที่จะมีแรงซื้อกลับเมื่อราคาเกิดการย่อตัวลง (Dip-buying)
คู่เงิน GBP/USD ประสบปัญหาในการรักษาช่วงขาขึ้นหลังจากพุ่งทะลุระดับจิตวิทยาที่ 1.3500 หรือจุดสูงสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์ครึ่งเมื่อวันก่อน โดยเริ่มดึงดูดฝั่งผู้ขายเข้ามาในช่วงเซสชันเอเชียวันอังคาร ปัจจุบันราคาซื้อขายอยู่ใกล้บริเวณ 1.3485 ลดลงราว 0.10% ในระหว่างวัน ท่ามกลางการแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)
รายงานที่ว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้ทำการโจมตีเพื่อป้องกันตนเองทางตอนใต้ของอิหร่านเมื่อวันจันทร์ ได้เข้าไปทำลายความหวังต่อข้อตกลงที่จะยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 เดือน นอกจากนี้ ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่ฟื้นตัวขึ้นยังช่วยหนุนความคาดหวังเชิงรุก (Hawkish) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งผลให้ดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยกลับมามีแรงขับเคลื่อนในแดนบวก หลังจากร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์เมื่อวันจันทร์ ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้สร้างแรงกดดันต่อคู่เงิน GBP/USD
การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)
จากมุมมองทางเทคนิค ราคาปัจจุบันยังคงยืนระยะอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย Exponential Moving Average (EMA) 200 ช่วงเวลาในกราฟ 4 ชั่วโมง และอยู่เหนือระดับ Fibonacci Retracement 50.0% (ซึ่งวัดจากรอบการทิ้งตัวจากจุดสูงสุดของเดือนนี้) ทำให้ภาพรวมระยะสั้นยังคงรักษาแนวโน้มขาขึ้นเล็กน้อย (Mildly Bullish Tone) โครงสร้างเชิงบวกนี้ได้รับการสนับสนุนจากดัชนี Relative Strength Index (RSI) ที่เคลื่อนไหวในแดนบวกปานกลางใกล้ระดับ 61 และอินดิเคเตอร์ MACD ที่ยังคงประคองตัวอยู่ในแดนบวก
เครื่องมือชี้วัดโมเมนตัมบ่งชี้ว่า แรงส่งฝั่งขาขึ้นยังคงทำงานอยู่โดยที่ยังไม่มีสัญญาณซื้อมากเกินไป (Overbought) ที่รุนแรง ทั้งนี้ แนวต้านในทันทีจะอยู่ที่ระดับ 61.8% Fibo. ที่ 1.3517 ตามมาด้วยระดับ 78.6% Fibo. ที่ 1.3575 ในขณะที่จุดสูงสุดเดิมของรอบ (Swing High) ที่ระดับ 1.3649 จะทำหน้าที่เป็นกำแพงแนวต้านที่อยู่ไกลออกไป
ในทางกลับกัน หากราคามีการปรับฐานลดลง แนวรับแรกจะอยู่ที่ระดับ 50.0% Fibo. บริเวณ 1.3476 ซึ่งได้รับการเสริมความแข็งแกร่งด้วยเส้น EMA 200 ในกราฟ 4 ชั่วโมงที่ระดับ 1.3460 และหากคู่เงิน GBP/USD มีการย่อตัวลึกขึ้น จะมีแนวรับถัดไปคอยรองรับที่ระดับ 38.2% Fibo. ที่ 1.3435 รวมถึงแนวรับ Fibo. ในระดับที่ลึกกว่าที่ 1.3384 และ 1.3303 ตามลำดับ
📊 เจาะลึกตลาด (Market Insights)
ข้อมูลวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและพฤติกรรมราคาเชิงลึกสำหรับเทรดเดอร์:
-
ความแข็งแกร่งเชิงเปรียบเทียบ (Relative Strength): สังเกตได้ว่าเมื่อเทียบกับ EUR/USD หรือ AUD/USD ที่โดนดอลลาร์สหรัฐกดดันจนเสียทรงทางเทคนิคไปก่อนหน้านี้ คู่เงิน GBP/USD กลับมีความแข็งแกร่งในตัวเองค่อนข้างสูง (Outperform) การย่อตัวหลุด 1.3500 ลงมาเป็นเพียงแค่ 0.10% ถือเป็นการย่อตัวที่ตื้นมาก แสดงให้เห็นว่าฝั่งปอนด์ (GBP) มีแรงซื้อหนุนภายในที่แข็งแกร่ง
-
นโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE): นอกเหนือจากปัจจัยเฟด (Fed Hawkish Bets) แล้ว สกุลเงินปอนด์ยังได้รับแรงพยุงจากคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) อาจจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานกว่าฝั่งยุโรปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อในประเทศ ความแตกต่างของนโยบายนี้ (Divergence) เป็นฟันเฟืองหลักที่ทำให้โครงสร้างกราฟเทคนิคราย 4 ชั่วโมงยังคงรักษาทรง Bullish เอาไว้ได้
-
โซนแนวรับร่วม (Confluence Support): พื้นที่ระหว่าง 1.3476 – 1.3460 ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของฝั่ง Buy เนื่องจากเป็นจุดนัดพบของสองอินดิเคเตอร์ใหญ่ คือเส้นระนาบทองคำ Fibo 50.0% และเส้นไดนามิก EMA 200 (4H) การย่อลงมาทดสอบบริเวณนี้หากไม่มีเนื้อแท่งเทียนปิดหลุดลึก จะเป็นโอกาสสำคัญในเชิงสถิติสำหรับกลุ่มเทรดเดอร์สายสวนแนวโน้มระยะสั้น (Buy on Dip)
📝 บทสรุปจาก THAIFRX.COM
THAIFRX Summary: แม้ว่าคู่เงิน GBP/USD จะถูกกดดันชั่วคราวจากการฟื้นตัวของดัชนีดอลลาร์ (DXY) หลังจากกองทัพสหรัฐฯ ปะทะกับอิหร่านทางตอนใต้ แต่ในทางเทคนิค “โครงสร้างฝั่งขาขึ้นยังคงสมบูรณ์และได้เปรียบ” อินดิเคเตอร์หลักทั้ง RSI (61) และ MACD ยืนยันว่าโมเมนตัมการซื้อยังไม่หมดไป การหลุด 1.3500 ในวันนี้เป็นเพียงการพักฐานเพื่อสะสมพลัง (Healthy Correction)
คำแนะนำสำหรับเทรดเดอร์: กลยุทธ์ที่แนะนำและปลอดภัยที่สุดคือ “ดักซื้อเมื่อราคาย่อตัว” (Buy on Dipping) โดยให้โฟกัสที่โซนแนวรับแข็งแกร่งรอบ 1.3476 – 1.3460 (EMA 200) หากราคาลงมาทดสอบแล้วเกิดแท่งเทียนกลับตัว (เช่น Hammer หรือ Bullish Engulfing) สามารถเปิดสถานะ Buy โดยตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ไว้ใต้ 1.3430 และมีเป้าหมายทำกำไรระยะสั้นที่ 1.3517 และเป้าหมายถัดไปที่ 1.3575




