ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 8 มีนาคม 2026 ระบุว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลสหราชอาณาจักรภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ อย่างเผ็ดร้อน เกี่ยวกับท่าทีในการสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านครับ
สรุปประเด็น “เรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำ” และความตึงเครียด US-UK
-
ข้อความของทรัมป์: ทรัมป์โพสต์ว่า “สหราชอาณาจักร อดีตพันธมิตรผู้ยิ่งใหญ่ของเรา (Our once Great Ally) ในที่สุดก็เริ่มคิดอย่างจริงจังที่จะส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำไปยังตะวันออกกลาง” แต่เขาเสริมด้วยความประชดประชันว่า “ไม่เป็นไรหรอกนายกฯ สตาร์เมอร์ เราไม่ต้องการพวกมันแล้ว… เราไม่ต้องการคนที่เข้าร่วมสงครามหลังจากที่เราชนะไปแล้ว!”
-
สถานะของเรือบรรทุกเครื่องบินอังกฤษ:
-
HMS Prince of Wales: กระทรวงกลาโหมอังกฤษ (MoD) ยืนยันว่าได้สั่งการให้เรือธงลำนี้อยู่ในสถานะ “ความพร้อมระดับสูง” (High Readiness) โดยลดระยะเวลาเตรียมการออกเรือจาก 10 วัน เหลือเพียง 5 วัน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการวางกำลังในเมดิเตอร์เรเนียนหรือตะวันออกกลาง
-
HMS Queen Elizabeth: ปัจจุบันยังคงจอดซ่อมบำรุงอยู่ที่สกอตแลนด์ ทำให้ในทางปฏิบัติอังกฤษอาจส่งได้เพียงลำเดียวในขณะนี้ หรืออาจต้องรอแผนการระดมพลที่ชัดเจนกว่านี้
-
-
ชนวนความขัดแย้ง: ทรัมป์ไม่พอใจที่ในช่วงแรก (ปลายกุมภาพันธ์ 2026) นายกฯ สตาร์เมอร์ ปฏิเสธไม่ให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในอังกฤษ (เช่น RAF Fairford) และฐานทัพ Diego Garcia เพื่อเปิดฉากโจมตีอิหร่าน โดยอ้างเหตุผลด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ก่อนจะยอมให้ใช้ในภายหลังเพื่อ “ภารกิจป้องกัน” (Defensive operations) เมื่ออิหร่านเริ่มยิงขีปนาวุธตอบโต้กลับ
-
รอยร้าวในความสัมพันธ์: ทรัมป์ถึงขั้นเปรียบเทียบสตาร์เมอร์กับอดีตผู้นำว่า “นี่ไม่ใช่ วินสตัน เชอร์ชิลล์ ที่เรากำลังรับมืออยู่” และย้ำว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ “ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”
วิเคราะห์ผลกระทบต่อตลาด (THAIFRX.COM)
-
ความผันผวนของค่าเงิน GBP: ข่าวรอยร้าวระหว่างพันธมิตรเบอร์ 1 และเบอร์ 2 ของโลก ทำให้ค่าเงินปอนด์เผชิญความผันผวน แม้จะได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันที่สูง แต่ความเสี่ยงทางการเมือง (Political Risk) กับสหรัฐฯ อาจกดดันให้ GBP อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในระยะสั้น
-
ราคาน้ำมัน: การเตรียมเคลื่อนกำลังทางเรือของอังกฤษ ตอกย้ำว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อ ซึ่งเป็นแรงส่งให้ราคาน้ำมัน WTI ยืนเหนือระดับ $90 ต่อไป





