ตลาดเงินทั่วโลกในวันนี้ (27 กุมภาพันธ์ 2026) กำลังเคลื่อนไหวในลักษณะ “รอดูทิศทาง” (Wait and See) ขณะที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างสัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง กับความเสี่ยงระดับโลกที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันในสัปดาห์นี้ครับ
1. สัญญาณจาก Fed: ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของนโยบาย
-
ภาวะดอกเบี้ยคงที่: Fed เพิ่งมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ตลาดกำลังจับตาดู “ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่” ในเดือนพฤษภาคมนี้ เมื่อประธาน Jerome Powell กำลังจะหมดวาระลง และตัวเต็งอย่าง Kevin Warsh (สายเหยี่ยวที่อาจยอมลดดอกเบี้ยในระยะสั้น) ถูกเสนอชื่อเข้ามาแทน
-
แรงกดดันด้านการเมือง: ความเป็นอิสระของ Fed กำลังถูกทดสอบอย่างหนักจากการแทรกแซงโดยทำเนียบขาว และการตรวจสอบจากกระทรวงยุติธรรม (DOJ) ทำให้การตัดสินใจด้านนโยบายการเงินในปี 2026 นี้มีความซับซ้อนมากกว่าเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว
2. ความเสี่ยงระดับโลก (Global Risks)
บรรยากาศการลงทุนเริ่มเปลี่ยนเป็น “ปิดรับความเสี่ยง” (Risk-off) จากปัจจัยหลัก 3 ประการ:
-
สงครามการค้าและภาษีนำเข้า: หลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งระงับภาษีเดิมของทรัมป์ แต่รัฐบาลตอบโต้ทันทีด้วยการประกาศภาษีใหม่ 10-15% ภายใต้ Section 122 สร้างความโกลาหลให้ซัพพลายเชนทั่วโลก และส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี (โดยเฉพาะ Nvidia) มีความผันผวนสูง
-
ความตึงเครียดนิวเคลียร์: แม้การเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านที่เจนีวาจะมีข่าวดีเรื่องการคุยต่อในสัปดาห์หน้า แต่คำขู่เรื่องการปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ของอิหร่านยังคงทำให้นักลงทุนไม่กล้าทิ้งทองคำและสินทรัพย์ปลอดภัย
-
ความไม่แน่นอนในอังกฤษ: ผลการเลือกตั้งซ่อมที่พรรคแรงงานพ่ายแพ้อย่างราบคาบในฐานเสียงเดิม สร้างความกังวลเรื่องเสถียรภาพทางการเมืองและวินัยการคลังของสหราชอาณาจักร





