วิเคราะห์ล่าสุดจาก ING Think ระบุว่าราคาน้ำมันดิบ (ทั้ง Brent และ WTI) ปรับตัวลดลงในวันนี้ (23 กุมภาพันธ์ 2569) หลังจากที่พุ่งแรงกว่า 5-6% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจากความหวังในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีใหม่ของทรัมป์ครับ
สรุปประเด็นสำคัญจากมุมมองของ ING มีดังนี้:
1. ความหวังทางการทูตลด “Geopolitical Risk Premium”
-
การเจรจาที่เจนีวา: ING ระบุว่าราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงเป็นผลมาจากการที่ตลาดรับรู้ข่าวการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านรอบที่ 3 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ ณ กรุงเจนีวา ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องการปะทะกันทางทหารขนานใหญ่
-
โอกาสในการตกลง: แม้การบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์จะยังทำได้ยาก แต่การที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านออกมาแสดงท่าทีเปิดรับแนวทางทางการทูต ทำให้ “ค่าความเสี่ยง” (Risk Premium) ที่เคยดันราคาขึ้นไปกระจุยหายไปบางส่วน
2. มรสุมภาษี 15% และอุปสงค์โลก (Tariff Uncertainty)
-
ความกังวลด้านเศรษฐกิจ: การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเก็บภาษี 15% ทั่วโลก (Section 122) เพื่อตอบโต้คำตัดสินของศาลฎีกา สร้างความกังวลให้กับ ING ว่าอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก (Global Growth)
-
ผลกระทบต่ออุปสงค์: หากเศรษฐกิจชะลอตัวลงจากสงครามการค้า ความต้องการใช้เชื้อเพลิงทั่วโลกก็จะลดลงตามไปด้วย ปัจจัยนี้จึงกลายเป็นแรงกดดันฝั่ง Bearish ที่คอยสกัดการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมัน
สถานะราคาน้ำมันดิบล่าสุด (23 ก.พ. 2569)
| สินค้าโภคภัณฑ์ | ราคาล่าสุด | การเปลี่ยนแปลง | มุมมองทางเทคนิค |
| WTI Crude | $65.72 | -1.14% | หลุดระดับ $66.00 ลงมาทดสอบแนวรับจิตวิทยา |
| Brent Crude | $71.28 | -0.67% | ย่อตัวจากจุดสูงสุดในรอบ 6 เดือน ($73.00) |
มุมมองวิเคราะห์จาก ING: ราคาน้ำมันกำลังอยู่ในช่วง “Corrective Phase” (การปรับฐาน) หลังจากที่ตลาดตื่นตระหนกเกินไปเมื่อสัปดาห์ก่อน อย่างไรก็ตาม ING เตือนว่าหากการเจรจาในวันพฤหัสบดีนี้ล้มเหลว หรืออิหร่านไม่ยอมรับเส้นตาย 10-15 วันของทรัมป์ ราคาน้ำมันอาจพุ่งกลับขึ้นไปหา $80 (Brent) ได้ทันที



