ราคาน้ำมันดิบ WTI ในวันนี้ (ศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569) ปรับตัวสูงขึ้นมาเคลื่อนไหวเหนือระดับ $66.70 ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 6 เดือนครับ ตลาดกำลังเผชิญกับภาวะ “ตึงตัว” ทั้งจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และข้อมูลสต็อกน้ำมันที่ออกมาเซอร์ไพรส์ตลาดอย่างมาก
สรุปประเด็นสำคัญและบทวิเคราะห์ทิศทางราคา (Forecast) มีดังนี้ครับ:
1. ปัจจัยหนุนจากความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน
-
เส้นตาย 10 วันของทรัมป์: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขีดเส้นตาย 10-15 วันให้อิหร่านบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับใหม่ มิเช่นนั้นอาจเผชิญกับ “ผลลัพธ์ที่ร้ายแรง” ซึ่งตลาดตีความว่าอาจมีการใช้กำลังทางทหาร
-
การเสริมกำลังรบ: สหรัฐฯ ได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford และฝูงบิน F-35 เข้าสู่พื้นที่ตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นการสะสมกำลังพลครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามอิรักปี 2003
-
ความเสี่ยงที่ช่องแคบฮอร์มุซ: ตลาดเริ่มใส่ “ค่าพรีเมียมความเสี่ยง” (War Risk Premium) เข้าไปในราคาน้ำมัน เพราะกังวลว่าหากเกิดการปะทะ อิหร่านอาจตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันถึง 20% ของโลก
2. ปัจจัยพื้นฐาน: สต็อกน้ำมันลดลงมหาศาล (EIA Shock Draw)
-
รายงานจาก EIA เมื่อคืนระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลงถึง 9.0 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 2.1 ล้านบาร์เรล
-
การลดลงอย่างรุนแรงนี้สะท้อนถึงความต้องการใช้ (Demand) ที่ยังแข็งแกร่ง และกลายเป็น “ฐานรองรับ” (Floor) ที่แน่นหนาให้กับราคา WTI แม้จะมีแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าก็ตาม
3. วิเคราะห์ทางเทคนิค WTI (Forecast)
| ระดับราคา | ความสำคัญ | มุมมองทางเทคนิค |
| $70.00 – $71.00 | แนวต้านสำคัญ | เป้าหมายถัดไป หากราคายืนเหนือ $66.50 ได้มั่นคง |
| $66.60 – $66.80 | ราคาปัจจุบัน | จุดทดสอบสูงสุดในรอบ 6 เดือน |
| $65.00 | แนวรับแรก | จุดที่ราคาเคยพักตัวก่อนจะพุ่งขึ้นจากข่าวสงคราม |
| $62.00 | แนวรับหลัก (200-day SMA) | ฐานราคาที่แข็งแกร่งที่สุดในเชิงเทคนิค |
สรุปมุมมองการลงทุน
ในระยะสั้น WTI มีแนวโน้มเป็น ขาขึ้น (Bullish) อย่างชัดเจนครับ โดยได้รับแรงส่งจากข่าวพาดหัว (Headlines) เรื่องสงครามเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระวังแรงเทขายทำกำไรหากมีสัญญาณของการ “เจรจาทางการทูต” ที่มีความคืบหน้าเชิงบวกในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้



