สถานการณ์ของค่าเงินเยน (JPY) ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2026 ตกอยู่ในสภาวะที่น่าสนใจมากครับ แม้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) จะแสดงท่าทีที่เข้มงวด (Hawkish) มากขึ้น แต่เงินเยนกลับยังคงอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจากความกังวลด้านการเมืองและวินัยการคลังของประเทศ
สรุปข้อมูลวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้เงินเยน “สวนทาง” กับนโยบายดอกเบี้ยได้ดังนี้ครับ:
1. ปัจจัยการเมือง: การเลือกตั้งทั่วไป (8 ก.พ. 2026)
-
นโยบายประชานิยมขนานใหญ่: นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) ได้ประกาศแผนหาเสียงที่จะ “ระงับการเก็บภาษีบริโภค (Consumption Tax)” 8% สำหรับอาหารและเครื่องดื่มเป็นเวลา 2 ปี หากพรรค LDP ชนะการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้
-
ความเชื่อมั่นลดลง: นักลงทุนกังวลว่ามาตรการนี้จะทำให้รายได้ของรัฐหายไปกว่า 5 ล้านล้านเยนต่อปี ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นที่มีสัดส่วนต่อ GDP สูงที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว
2. ปัจจัยการคลัง: วิกฤตงบประมาณขาดดุล
-
งบประมาณปี 2026 ที่สูงเป็นประวัติการณ์: รัฐบาลมีการตั้งงบประมาณสูงถึง 120 ล้านล้านเยน พร้อมงบกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีกกว่า 21.3 ล้านล้านเยนเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพ
-
แรงเทขายพันธบัตร (JGB Sell-off): ความกังวลเรื่องการขาดดุลทำให้บอนด์ยีลด์ (Yield) ของญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้น แต่เงินเยนกลับไม่แข็งค่าตาม เพราะตลาดมองว่าความเสี่ยงด้าน “หนี้เสียของรัฐ” (Fiscal Risk) มีน้ำหนักมากกว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย
3. ความขัดแย้งระหว่างนโยบาย (BoJ vs. Government)
-
BoJ Hawkish: ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) เพิ่งคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี (0.75%) และส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นสู่ระดับ 1.00% – 1.25% ภายในปีนี้เพื่อสู้กับเงินเฟ้อ
-
Fiscal Drag: อย่างไรก็ตาม ความพยายามของ BoJ ในการทำให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นกลับถูกหักล้างด้วยนโยบายการคลังที่เน้นการใช้จ่ายสูงของรัฐบาล ทำให้เงินเยนอ่อนค่าลงไปทดสอบระดับ 156.00 – 158.00 ต่อดอลลาร์ในปัจจุบัน
สรุปมุมมองทางเทคนิค (USD/JPY)
| ระดับราคา | สถานะและความสำคัญ |
| 156.20 – 156.40 | ระดับปัจจุบัน (4 ก.พ. 2026) |
| 152.00 | แนวรับสำคัญที่เกิดจากการแทรกแซงรอบล่าสุด (23 ม.ค.) |
| 160.00 | แนวต้านสำคัญทางจิตวิทยาที่อาจกระตุ้นให้ BoJ เข้าแทรกแซงอีกครั้ง |
บทสรุป: ตลาดกำลังเผชิญกับภาวะ “Sell Japan” เนื่องจากการเมืองที่ไม่มีเสถียรภาพและนโยบายการคลังที่ดูเหมือนจะสวนทางกับการคุมเข้มนโยบายการเงินของ BoJ ครับ





