การร่วงลงของคู่เงิน USD/JPY ลงมาแตะระดับ 153.20 (ลดลงประมาณ 0.5% – 0.7% ภายในวันเดียว) ในวันที่ 27 มกราคม 2569 ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่สะท้อนถึง “ความกลัว” ของฝั่งดอลลาร์ และ “ความตื่นตัว” ของฝั่งเยนอย่างชัดเจนครับ
นี่คือปัจจัยเบื้องหลังที่ทำให้เกิดการดิ่งลงครั้งนี้:
1. ความกังวลเรื่องการแทรกแซงแบบประสานงาน (Coordinated Intervention)
-
ข่าวลือกลายเป็นความระแวง: การที่ NY Fed ทำการเช็คอัตราแลกเปลี่ยน (Rate Check) ในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้นักลงทุนเทขาย USD/JPY ทันทีที่ราคาเริ่มขยับลง เพราะกลัวว่าจะเกิดการแทรกแซงจริงในระดับ 153.00-154.00 ซึ่งเป็นระดับที่ทางการญี่ปุ่นเริ่มส่งสัญญาณ “ไม่พอใจ”
-
การลดสถานะถือครอง (Unwinding Carry Trade): เมื่อมีความเสี่ยงจากการแทรกแซง นักลงทุนที่เคยกู้เงินเยนไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น (Carry Trade) จึงรีบปิดสถานะและซื้อเงินเยนคืน ส่งผลให้ JPY แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว
2. นโยบายการค้าของทรัมป์ (Trump’s Tariff Rhetoric)
-
ดอลลาร์ถูกกดดัน: การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่เก็บภาษีศุลกากรกับแคนาดาและเม็กซิโก รวมถึงปฏิกิริยาต่อดีล EU-India ทำให้ตลาดมองว่านโยบาย “America First” รอบนี้อาจสร้างความปั่นป่วนให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เองมากกว่าที่คิด
-
Safe-haven Shift: ในยามที่ตลาดกังวลเรื่องสงครามการค้า เงินมักจะไหลออกจากดอลลาร์ (ที่กำลังมีความเสี่ยงทางการเมือง) เข้าสู่ เงินเยน และ ทองคำ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
3. การปรับสมดุลก่อนประชุม Fed (Pre-Fed Positioning)
-
ตลาดเริ่มไม่แน่ใจว่า Jerome Powell จะยังคงรักษาท่าที “แข็งกร้าว” ได้นานแค่ไหน หากเศรษฐกิจเริ่มได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษี การที่ดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.5% ต่อเยน สะท้อนว่านักลงทุนบางส่วนเริ่ม “พนัน” ว่า Fed อาจส่งสัญญาณที่ผ่อนคลายลง (Dovish) ในการประชุมวันพรุ่งนี้
วิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical View)
-
แนวรับสำคัญ: ขณะนี้ราคาอยู่ที่ 153.20 หากหลุดระดับ 153.00 ลงไปได้ แนวรับถัดไปที่ตลาดเฝ้าระวังคือ 152.50 ซึ่งเป็นจุดที่มีคำสั่งซื้อรออยู่หนาแน่น
-
สภาวะตลาด: กราฟใน Timeframe ระยะสั้น (1H, 4H) เริ่มเข้าสู่ภาวะ Oversold (ขายมากเกินไป) ซึ่งอาจมีการดีดตัวสั้นๆ (Technical Rebound) กลับไปหา 153.80 แต่ตราบใดที่ข่าวการแทรกแซงยังไม่จางหายไป แรงซื้อจะยังไม่กล้ากลับเข้ามาเต็มตัวครับ





