สรุปภาพรวม: GBP/USD อ่อนแรงลงเล็กน้อย ต่ำกว่าระดับ 1.3400 กลางๆ ท่ามกลางแรงหนุนของดอลลาร์จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
1. สถานการณ์ปัจจุบัน
-
GBP/USD เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ด้วยการปรับตัวลง: โดยมีช่องว่างราคา (Gap) ขาลงเล็กน้อยในช่วงเปิดตลาดเอเชีย ซื้อขายกันอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 1.3450 (ลดลงประมาณ 0.10%)
-
สาเหตุหลักที่ดอลลาร์แข็งค่า: เกิดจากความกังวลเรื่องสถานการณ์ “ภูมิรัฐศาสตร์” ที่ตึงเครียดขึ้น ได้แก่ สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ, ความไม่สงบในตะวันออกกลาง และล่าสุดคือ การโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลา ส่งผลให้นักลงทุนแห่เข้าถือครองดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven)
2. ปัจจัยที่ช่วยพยุงราคาไม่ให้ร่วงหนัก
แม้ดอลลาร์จะแข็งค่า แต่คู่ GBP/USD ยังไม่หลุดจุดต่ำสุดของสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจาก:
-
นโยบายการเงินที่สวนทางกัน (Divergence): ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจลดดอกเบี้ยในเดือนมีนาคมและช่วงปลายปี ซึ่งจำกัดการแข็งค่าของดอลลาร์
-
ท่าทีที่เข้มงวดของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE): แม้ BoE จะลดดอกเบี้ยไป 0.25% (เหลือ 3.75%) เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่คะแนนเสียงแตกเป็น 5 ต่อ 4 แสดงให้เห็นว่ากรรมการยังมีความเห็นต่างกันเรื่องเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนมองว่า BoE จะไม่ลดดอกเบี้ยลงอย่างรวดเร็วนักในอนาคต ซึ่งเป็นแรงหนุนให้ค่าเงินปอนด์ (GBP)
3. สิ่งที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้
-
ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ (US Macro Releases): นักลงทุนส่วนใหญ่ยังลังเลที่จะวางสถานะซื้อขายรุนแรง เพื่อรอดูตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่จะประกาศในช่วงต้นเดือนนี้
ตาราง Heat Map (สรุปความแข็งแกร่งของค่าเงิน)
ข้อมูลในตารางแสดงให้เห็นว่า ดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นสกุลเงินที่แข็งค่าที่สุดในวันนี้ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) ส่วนเงินปอนด์ (GBP) มีสถานะอ่อนแรงลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์แต่ยังทรงตัวได้ดีกว่าสกุลเงินอื่นบางกลุ่ม
สรุปสั้นๆ: ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเพราะข่าวสงครามและความขัดแย้ง (รวมถึงกรณีเวเนซุเอลา) กดดันให้ปอนด์อ่อนค่าลง แต่ความหวังเรื่องดอกเบี้ยของฝั่งอังกฤษยังช่วยประคองราคาไว้ไม่ให้ดิ่งลงลึกครับ
วิเคราะห์กราฟเทคนิคของคู่เงิน GBP/USD สำหรับช่วงต้นเดือนมกราคม 2026 พบว่าภาพรวมยังคงอยู่ใน “แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend)” ในระยะกลางถึงยาว แต่กำลังเผชิญกับแรงกดดันในระยะสั้น ดังนี้ครับ:
1. โครงสร้างราคาและแนวโน้ม (Trend Analysis)
-
แนวโน้มหลัก: ราคายังคงรักษารูปแบบ Higher Highs และ Higher Lows ในกราฟรายวัน (Daily) และรายสัปดาห์ (Weekly) โดยเทรดอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำคัญอย่าง EMA 50 และ EMA 100 ซึ่งแสดงถึงความแข็งแกร่งของฝั่งขาซื้อ (Bulls)
-
จุดเปลี่ยนสำคัญ: เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาได้ดีดตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณ 1.3530 – 1.3550 ซึ่งเป็นโซนแนวต้านสำคัญ ก่อนจะมีการย่อตัวลงมา (Correction) เนื่องจากแรงขายทำกำไรในช่วงต้นปีและความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์
2. แนวรับและแนวต้านที่สำคัญ (Key Levels)
| ระดับราคา | ประเภท | ความสำคัญ |
| 1.3550 | แนวต้านสำคัญ | หากผ่านจุดนี้ไปได้ เป้าหมายถัดไปจะอยู่ที่ 1.3620 และอาจไปถึง 1.4000 ในปีนี้ |
| 1.3470 | แนวต้านระยะสั้น | บริเวณ High ของช่วงเอเชียวันนี้ หากยืนเหนือจุดนี้ได้จะยืนยันการกลับตัว |
| 1.3434 | แนวรับแรก | เป็นระดับ Fibonacci Retracement 61.8% และจุดต่ำสุดของสัปดาห์ก่อน |
| 1.3410 | แนวรับสำคัญ | โซนที่เคยเป็นแนวต้านเก่าและเป็นเส้นค่าเฉลี่ย 20 วัน (20-day MA) |
3. อินดิเคเตอร์ทางเทคนิค (Technical Indicators)
-
RSI (14): ปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 48 – 50 (เป็นกลาง) สะท้อนว่าความร้อนแรงจากการซื้อมากเกินไป (Overbought) เมื่อปลายปีที่แล้วได้คลี่คลายลงแล้ว พร้อมสำหรับการเลือกข้างในรอบใหม่
-
MACD: ยังคงมีสัญญาณ Bullish เล็กน้อย แต่เส้น Histogram เริ่มหดตัวลง บ่งบอกว่าแรงส่ง (Momentum) ของขาขึ้นในระยะสั้นเริ่มแผ่วลง
-
Moving Averages: การที่เส้น EMA ระยะสั้นยังอยู่เหนือระยะยาว (Golden Cross) ช่วยยืนยันว่ากลยุทธ์ “Buy on Dip” (ซื้อเมื่อย่อตัว) ยังคงได้เปรียบ
4. มุมมองการเทรด (Trading Outlook)
-
กรณีขาขึ้น (Bullish): หากราคาสามารถยืนเหนือโซน 1.3430 – 1.3450 ได้อย่างมั่นคง มีโอกาสที่จะกลับไปทดสอบ 1.3550 อีกครั้ง
-
กรณีขาลง (Bearish): หากราคาหลุดต่ำกว่า 1.3410 อาจเกิดการพักฐานที่ลึกขึ้น โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1.3330 (โซน EMA 100)
สรุป: GBP/USD อยู่ในสภาวะพักฐานในแนวโน้มขาขึ้น โดยมีแนวรับสำคัญที่ 1.3410 – 1.3434 เป็นจุดตัดสินใจ หากไม่หลุดโซนนี้ ภาพรวมยังดูดีสำหรับฝั่งซื้อครับ
🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้
https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0



