สรุปประเด็นสำคัญจากคำแถลงของ Michelle Bowman รองประธานฝ่ายกำกับดูแลธนาคารของเฟด (Fed Vice Chair for Supervision) ประจำวันที่ 16 มกราคม 2569 (2026) โดยครั้งนี้ถือเป็นถ้อยแถลงที่สำคัญก่อนที่เจ้าหน้าที่เฟดจะเข้าสู่ช่วงงดให้ข้อมูล (Blackout Period) ก่อนการประชุม FOMC ในช่วงปลายเดือนนี้ครับ
1. มุมมองด้านเงินเฟ้อและนโยบายการเงิน
-
เงินเฟ้อเริ่มเข้าสู่เส้นทางที่ยั่งยืน: Bowman ระบุว่าเงินเฟ้อกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่เป้าหมายที่ 2% อย่างยั่งยืน แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าหรือกำแพงภาษีใหม่ๆ แต่เธอมองว่าจะมีผลกระทบต่อดัชนีราคา (PCE) เพียงเล็กน้อยและเป็นผลกระทบชั่วคราว (One-off impact) เท่านั้น
-
นโยบายการค้าไม่ใช่จุดเปลี่ยนของเงินเฟ้อ: เธอเชื่อว่าตลาดจะคลายความกังวลเรื่องนโยบายการค้าเมื่อมีความชัดเจนมากขึ้น และภาคธุรกิจจะกลับมาลงทุนและจ้างงานตามปกติ
2. ความกังวลด้านตลาดแรงงาน (Labor Market)
-
สัญญาณความเปราะบาง: Bowman เริ่มให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านการจ้างงานมากขึ้น (Employment Mandate) โดยตั้งข้อสังเกตว่าตลาดแรงงานเริ่มแสดงสัญญาณของความเปราะบาง และการใช้จ่ายของผู้บริโภคเริ่มชะลอตัวลง
-
จุดยืนที่อ่อนโยนขึ้น (Dovish Tilt): แม้ในอดีตเธอจะเป็นสายเหยี่ยว (Hawkish) แต่ถ้อยแถลงครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าเธอพร้อมสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย หากข้อมูลเศรษฐกิจยืนยันว่าเงินเฟ้อถูกควบคุมได้และตลาดแรงงานต้องการการประคอง
3. การกำกับดูแลภาคธนาคาร (Supervision & Regulation)
-
การทบทวนกฎระเบียบครั้งใหญ่: ในฐานะรองประธานฝ่ายกำกับดูแล เธอเน้นย้ำถึงการปรับปรุงกฎระเบียบให้ทันสมัย (Modernizing) โดยมองว่ากฎเกณฑ์เดิมที่ใช้มานานกว่า 15 ปีนั้น “ซับซ้อนเกินไป” และอาจบีบให้กิจกรรมทางการเงินไหลไปสู่ภาคส่วนที่ไม่มีการควบคุม (Shadow Banking)
-
การผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ: เธอสนับสนุนการลดภาษีธุรกิจและลดกฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไป เพื่อช่วยเพิ่มอุปทาน (Supply) และลดผลกระทบเชิงลบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
📊 สรุปผลกระทบต่อตลาด
-
USD: ดอลลาร์เริ่มชะลอการแข็งค่าหลังจากถ้อยแถลง เนื่องจากตลาดมองว่า Bowman มีท่าที “นุ่มนวลกว่าที่คาด” เกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ย
-
Bond Yield: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ย่อตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนเริ่มมั่นใจว่าเฟดอาจมีการลดดอกเบี้ยในช่วงกลางปี 2569





