เงินปอนด์ทรงตัวขณะดอลลาร์แข็งค่าจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางวิกฤตฮอร์มุซที่ยืดเยื้อ
วันที่ 1 พฤษภาคม 2026
คู่เงิน GBP/USD เคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ระดับประมาณ 1.3610 ในช่วงเซสชั่นเอเชียของวันศุกร์ หลังจากที่ปรับตัวขึ้นเกือบ 1% ในวันก่อนหน้า โดยดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) เริ่มกลับมามีแรงหนุนจากการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven) เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย
ข้อมูลเชิงลึกจากตลาด (Market Insights)
-
ทรัมป์เดินหน้าปิดล้อมต่อ: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่าจะดำเนินมาตรการปิดล้อมทางเรือ (Naval Blockade) ต่อท่าเรือของอิหร่านต่อไป จนกว่าจะมีการตกลงเรื่องนิวเคลียร์ที่สมบูรณ์ 100% ส่งผลให้ความหวังที่ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) จะกลับมาเปิดใช้งานตามปกติในระยะสั้นนั้นเลือนลางลง และกระตุ้นความกังวลเรื่องอุปทานพลังงานโลกอีกครั้ง
-
ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ (PCE): ดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนมีนาคม พุ่งขึ้นสู่ระดับ 3.5% (จาก 2.8% ในเดือนกุมภาพันธ์) ขณะที่ Core PCE (ไม่รวมอาหารและพลังงาน) ขยับขึ้นมาที่ 3.2% ซึ่งตัวเลขที่ออกมาตามคาดแต่ยังอยู่ในระดับสูงนี้ ตอกย้ำว่าเฟด (Fed) จะยังไม่รีบลดดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้
-
GDP สหรัฐฯ ขยายตัวต่ำกว่าคาด: แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาส 1/2026 จะขยายตัว 2.0% (ดีขึ้นจาก 0.5% ในไตรมาสก่อนหน้า) แต่ยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 2.3% เนื่องจากผลกระทบของสงครามที่เริ่มฉุดรั้งกำลังซื้อของผู้บริโภค
-
BoE คงดอกเบี้ยพร้อมสัญญาณระวัง: ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติ 8-1 ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% โดยมีเพียง Huw Pill ที่โหวตให้ขึ้นดอกเบี้ย ด้านผู้ว่าการ Andrew Bailey ส่งสัญญาณว่าพร้อมจะ “ชิงลงมติ” (Pre-emptive action) หากแรงกดดันจากราคาพลังงานเริ่มส่งผลลามไปถึงค่าจ้างของแรงงาน (Second-round effects)





