ข้อมูลสรุปสถานการณ์คู่เงิน NZD/USD ประจำวันที่ 15 มกราคม 2569 (2026) หลังจากราคาปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 0.5750 โดยได้รับแรงกดดันจากสงครามการค้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ดังนี้ครับ:
1. ประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ – จีน (Trade War 2026)
-
คำสั่งบริหารของทรัมป์: เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (14 ม.ค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งบริหาร 2 ฉบับ เพื่อเก็บ ภาษีศุลกากร (Tariff) 25% สำหรับชิปคอมพิวเตอร์ขั้นสูง และเตรียมมาตรการเก็บภาษีแร่ธาตุที่สำคัญ (Critical Minerals)
-
ผลกระทบต่อค่าเงินนิวซีแลนด์ (Kiwi): เนื่องจากจีนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของนิวซีแลนด์ และค่าเงิน NZD มักถูกใช้เป็นตัวแทน (Proxy) ของเศรษฐกิจจีนในตลาดเงิน เมื่อสหรัฐฯ ประกาศมาตรการกดดันจีน จึงส่งผลลบโดยตรงต่อความต้องการถือครองเงินนิวซีแลนด์
-
ความเสี่ยงด้านแร่ธาตุ: สหรัฐฯ ระบุว่าจำเป็นต้องลดการพึ่งพาแร่ธาตุสำคัญจากจีน (ซึ่งปัจจุบันสหรัฐฯ พึ่งพาการนำเข้าแร่ธาตุสำคัญบางชนิดจากจีนเกือบ 100%) ความตึงเครียดนี้สร้างความกังวลว่าจีนอาจตอบโต้ด้วยการจำกัดการส่งออกแร่ธาตุ
2. ประเด็นความเป็นอิสระของ Fed (Fed Independence)
-
ข้อพิพาท Powell vs Trump: นาย Jerome Powell ประธาน Fed ออกมาตอบโต้การถูกออกหมายเรียก (Subpoena) จากรัฐบาลทรัมป์ โดยระบุว่านี่คือความพยายาม “ข่มขู่” เพื่อบีบให้ Fed ลดดอกเบี้ย
-
ผลกระทบต่อ USD: แม้ประเด็นภาษีจะหนุนดอลลาร์ในฐานะ Safe-haven แต่ความไม่แน่นอนเรื่องการแทรกแซง Fed กลับเป็นปัจจัยกดดันดอลลาร์ (Cap the downside) ทำให้ NZD/USD ไม่ร่วงลงแรงกว่าที่ควรจะเป็น เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าเสถียรภาพของนโยบายการเงินสหรัฐฯ อาจสั่นคลอน
📊 วิเคราะห์ทางเทคนิค NZD/USD (15 ม.ค. 2569)
จากข้อมูลของ FXStreet และ Investing.com สัญญาณทางเทคนิคบ่งชี้ถึงแนวโน้มขาลงที่ชัดเจน:
| ระดับราคา | ความสำคัญทางเทคนิค |
| 0.5780 | แนวต้านสำคัญ: จุดสูงสุดของสัปดาห์ที่ยังผ่านไปไม่ได้ |
| 0.5750 | ระดับแนวต้านปัจจุบัน: ราคาที่เพิ่งหลุดลงมา |
| 0.5740 | ราคาปัจจุบัน: แกว่งตัวในโซนอ่อนแรง (Softens) |
| 0.5710 | แนวรับถัดไป: หากหลุดระดับนี้อาจลงไปทดสอบ 0.5680 |
📅 สิ่งที่ต้องจับตาคืนนี้ (20:30 น. เวลาไทย)
-
US Initial Jobless Claims: คาดการณ์จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่ 215,000 ราย (จากครั้งก่อน 208,000 ราย)
-
ถ้อยแถลงเจ้าหน้าที่ Fed: โดยเฉพาะนาย Raphael Bostic และกรรมการท่านอื่นๆ ว่าจะมีความเห็นอย่างไรต่อกรณีข้อพิพาทกับทำเนียบขาว




