สถานการณ์ดอลลาร์สหรัฐในวันนี้ (29 มกราคม 2569) มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่นักวิเคราะห์สรุปไว้ว่า “Less monetary, more politics” หรือแปลง่ายๆ คือ “ปัจจัยเรื่องนโยบายการเงิน (ดอกเบี้ย) เริ่มลดบทบาทลง แต่ปัจจัยการเมืองกลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก” ครับ
นี่คือ 3 เหตุผลหลักที่ทำให้ “การเมือง” กำลังบดบังบทบาทของ Fed ในขณะนี้:
1. เพดานบินของ Fed เริ่มจำกัด (Monetary Policy Satiation)
หลังจากที่ Fed มีมติคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50% – 3.75% เมื่อคืนนี้ ตลาดเริ่มมองว่า “นโยบายการเงินได้ทำหน้าที่ของมันไปเกือบหมดแล้ว”
-
Priced-in: ตลาดรับรู้ทิศทางดอกเบี้ยไปเรียบร้อยแล้วว่า Fed จะไม่ขึ้นดอกเบี้ยต่อ แต่ก็ยังไม่รีบลดจนกว่าจะถึงกลางปี
-
Lack of Surprises: เมื่อ Fed ไม่มีอะไรใหม่ให้ตื่นเต้น นักลงทุนจึงเลิกโฟกัสที่ตัวเลขเศรษฐกิจระยะสั้น และหันไปมอง “ทิศทางบริหารประเทศ” ที่มีความผันผวนสูงกว่าแทน
2. สงครามน้ำลายและการแทรกแซง Fed (Political Interference)
ความน่าเชื่อถือของดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินสำรองกำลังถูกทดสอบด้วยการเมือง:
-
Independence Under Fire: ข่าวการสอบสวนทางอาญาต่อประธาน Fed และความพยายามของประธานาธิบดีทรัมป์ที่จะตั้งคนของตนเองเข้าไปแทนที่ ทำให้เกิดความกังวลว่า Fed จะเสียความเป็นอิสระ ซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงต่อความมั่นใจในสกุลเงินดอลลาร์
-
Sell America Strategy: ท่าทีของรัฐบาลที่สนับสนุน “ดอลลาร์อ่อนค่า” เพื่อช่วยภาคส่งออก กลายเป็นนโยบายกึ่งการเมืองกึ่งเศรษฐกิจที่กดดันดอลลาร์ให้ร่วงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 4 ปี (DXY ใกล้ 96.00) โดยที่ Fed แทบจะช่วยอะไรไม่ได้
3. ภาวะ Government Shutdown: เกมวัดใจทรัมป์-ชูเมอร์
งบประมาณแผ่นดินที่กำลังจะหมดลงในวันพรุ่งนี้ (30 ม.ค.) คือปัจจัยการเมืองที่ “จับต้องได้” ที่สุดในตอนนี้:
-
Immigration Standoff: ข้อพิพาทเรื่องการปฏิรูปหน่วยงาน ICE ระหว่างทรัมป์และชูเมอร์ คือตัวตัดสินว่ารัฐบาลจะหยุดดำเนินงาน (Shutdown) หรือไม่
-
Market Sentiment: ตลาดมักจะเทขายดอลลาร์เมื่อเกิดความไม่แน่นอนในสภาคองเกรส เพราะสะท้อนถึงความไร้เสถียรภาพในการบริหารงบประมาณแผ่นดิน
ผลกระทบที่เกิดขึ้น:
สภาวะ “Politics over Policy” นี้เองที่ทำให้สินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ พุ่งสูงขึ้นสวนทางกับดอลลาร์:
-
ทองคำ (Gold): พุ่งทะลุ $5,500 เพราะนักลงทุนไม่เชื่อมั่นในเสถียรภาพการเมืองสหรัฐฯ
-
ฟรังก์สวิส (CHF): กลายเป็น “หลุมหลบภัยเบอร์ 1” จนแข็งค่าสูงสุดในรอบ 11 ปี
บทสรุป: ตราบใดที่ความขัดแย้งในสภาคองเกรสยังไม่จบ และท่าทีของทำเนียบขาวต่อ Fed ยังคลุมเครือ ดอลลาร์จะยังคงถูกกดดันด้วยปัจจัยการเมืองต่อไป แม้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะออกมาดีแค่ไหนก็ตามครับ





