เมื่อช่วงเช้ามืดของ วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 (ตามเวลาในสหรัฐฯ) ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์วิดีโอผ่านบัญชี Truth Social ยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่มต้น “ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่” (Major Combat Operations) ในอิหร่านแล้ว โดยเป็นการปฏิบัติการร่วมกับกองทัพอิสราเอลครับ
สรุปสถานการณ์ล่าสุด (อัปเดต 28 ก.พ. 2026)
-
ปฏิบัติการ “Epic Fury”: กระทรวงสงครามของสหรัฐฯ (Department of War) ระบุชื่อรหัสปฏิบัติการนี้ว่า “Epic Fury” โดยเป็นการโจมตีแบบชิงลงมือก่อน (Pre-emptive Strike) เพื่อทำลายขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์และอุตสาหกรรมขีปนาวุธของอิหร่าน
-
เป้าหมายการโจมตี: มีรายงานการระเบิดรุนแรงในหลายเมืองของอิหร่าน รวมถึงกรุง เตหะราน (Tehran), อิสฟาฮาน (Isfahan) และพื้นที่ใกล้กับสำนักงานของผู้นำสูงสุด อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี โดยเป้าหมายหลักคือฐานทัพทหาร, คลังเก็บขีปนาวุธ และโรงงานนิวเคลียร์
-
ถ้อยแถลงของทรัมป์: ทรัมป์ระบุว่าเป้าหมายคือ “กำจัดภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามา” และประกาศว่าจะ “บดขยี้อุตสาหกรรมขีปนาวุธและทำลายล้างกองทัพเรืออิหร่านให้สิ้นซาก” พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนชาวอิหร่านลุกขึ้นมายึดอำนาจรัฐบาลเพื่ออิสรภาพของตนเอง
-
สถานะผู้นำอิหร่าน: มีรายงานว่า อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ได้ถูกย้ายไปยังสถานที่ปลอดภัยนอกกรุงเตหะรานแล้ว ขณะที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ประกาศเตรียมการ “ล้างแค้นอย่างรุนแรง”
ผลกระทบต่อตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลก
เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและทันทีต่อราคาสินทรัพย์ทั่วโลก:
-
Gold (ทองคำ): พุ่งทะลุระดับ $5,260 และมีแนวโน้มไปต่อหา $5,300-$5,400 เนื่องจากสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยที่แข็งแกร่งที่สุดในยามสงคราม
-
Oil (น้ำมัน): ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งแรง ท่ามกลางความกังวลว่าอิหร่านอาจตอบโต้ด้วยการปิด ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
-
Safe-haven Currencies: เงินเฟรังก์สวิส (CHF) และดอลลาร์สหรัฐ (USD) แข็งค่าขึ้นจากการโยกย้ายเงินทุนหนีความเสี่ยง (Risk-off)
-
น่านฟ้าปิด: อิหร่าน, อิสราเอล และอิรัก ได้ประกาศ ปิดน่านฟ้า สำหรับเที่ยวบินพาณิชย์ทั้งหมดแล้วในขณะนี้
สถานะปัจจุบัน: สถานการณ์ยังคงตึงเครียดและมีการโจมตีอย่างต่อเนื่อง (Massive and Ongoing) ประชาคมโลกกำลังจับตาดูการตอบโต้จากฝั่งอิหร่านและพันธมิตรในภูมิภาคครับ





