ราคาน้ำมัน WTI พุ่งทะลุ $96.00 หลังความหวังในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซเลือนลาง
11 พฤษภาคม 2026 : ราคาน้ำมันดิบ WTI เริ่มต้นสัปดาห์ด้วยแรงบวกมหาศาล โดยพุ่งขึ้นกว่า 4 ดอลลาร์ จากราคาปิดวันศุกร์ที่ประมาณ $91.75 ขึ้นมาเคลื่อนไหวแถว $96.00 ในช่วงเช้านี้ สาเหตุหลักมาจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพของอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดคลายความคาดหวังเรื่องการเปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญในช่องแคบฮอร์มุซ
Market Insights: ปัจจัยขับเคลื่อนราคาน้ำมันโลก
-
Diplomatic Stalemate (ทางตันทางการทูต):
-
ทรัมป์ระบุว่าข้อเสนอของอิหร่านที่ต้องการให้สหรัฐฯ จ่ายค่าชดเชยความเสียหายจากสงคราม และยอมรับอำนาจอธิปไตยเหนือช่องแคบฮอร์มุซนั้น “ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง”
-
ความล้มเหลวของการเจรจาครั้งนี้ทำให้ตลาดมองว่าการปิดล้อมทางทะเลจะยังคงยืดเยื้อต่อไป ซึ่งกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบทั่วโลกโดยตรง
-
-
Geopolitical Friction (ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น):
-
แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว แต่สถานการณ์ยังเปราะบาง หลังจากอิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
-
นายกฯ เนทันยาฮูของอิสราเอล ยืนยันว่าสงครามจะไม่จบจนกว่าอิหร่านจะกำจัดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะออกไป ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่อิหร่านปฏิเสธทันที
-
-
Macroeconomic Support (แรงหนุนจากเศรษฐกิจโลก):
-
China Demand: ข้อมูลการค้าของจีนส่งสัญญาณถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งหมายถึงความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันอันดับหนึ่งของโลก
-
US Resilience: ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ของสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่ง ช่วยลดความจำเป็นที่ Fed จะต้องรีบลดดอกเบี้ย ซึ่งสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงทนทานและมีการใช้น้ำมันอย่างต่อเนื่อง
-
บทสรุปจาก THAIFRX.COM
ราคาน้ำมันดิบกำลังเข้าสู่สภาวะ “Supply Shock” อีกครั้ง ตราบใดที่ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ถูกเปิดออก ทิศทางของราคาน้ำมันจะยังคงเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน (Bullish)
กลยุทธ์แนะนำ:
-
WTI Resistance: แนวต้านถัดไปอยู่ที่ระดับจิตวิทยาที่ $98.00 และเป้าหมายสำคัญที่ $100.00
-
WTI Support: แนวรับสำคัญในระยะสั้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ $92.00 – $91.50
-
Inflation Alert: ราคาน้ำมันที่ค้างสูงระดับนี้จะส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกพุ่งขึ้นอีกครั้ง นักเทรดควรระวังการแข็งค่าของดอลลาร์ (USD) ที่จะตามมาจากการคาดการณ์ดอกเบี้ยของ Fed




