ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งทะลุระดับ $72.00 – $73.00 ในช่วงเปิดตลาดวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2026 ซึ่งถือเป็นการขยับตัวขึ้นที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี โดยได้รับแรงขับเคลื่อนโดยตรงจากความกังวลเรื่องการขาดแคลนอุปทาน (Supply Disruption) หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ทวีความรุนแรงขึ้นสู่ระดับสงครามเต็มรูปแบบครับ
ปัจจัยเร่งที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งแรง (2 มีนาคม 2026)
-
วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz): ตลาดตื่นตระหนกหลังจากมีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 3 ลำถูกโจมตี และผู้ประกอบการเดินเรือเริ่มสั่งหยุดการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่น้ำมันกว่า 20% ของโลก (ประมาณ 15-20 ล้านบาร์เรลต่อวัน) ต้องผ่านเข้าออก การปิดเส้นทางนี้เปรียบเสมือนการตัดเส้นเลือดใหญ่ของอุตสาหกรรมพลังงานโลก
-
การโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน: ปฏิบัติการ “Epic Fury” ของสหรัฐฯ และการตอบโต้จากอิหร่านพุ่งเป้าไปที่ฐานทัพและพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงกลั่นน้ำมัน ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าความเสียหายทางกายภาพอาจทำให้อุปทานหายไปจากตลาดทันทีหลายล้านบาร์เรล
-
การเสียชีวิตของผู้นำระดับสูง: รายงานข่าวการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่านยิ่งสร้างสุญญากาศและความไม่แน่นอน ทำให้นักลงทุนมองว่าโอกาสในการเจรจา (Diplomacy) แทบจะเป็นศูนย์ในระยะสั้น
การตอบโต้ของ OPEC+ และทิศทางราคา
| ข้อมูลสำคัญ | รายละเอียด |
| การเคลื่อนไหวของ OPEC+ | เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (1 มี.ค.) 8 ประเทศพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบียและรัสเซีย ประกาศ เพิ่มกำลังการผลิต 206,000 บาร์เรล/วัน ในเดือนเมษายน เพื่อพยายามบรรเทาความร้อนแรงของราคา |
| ปฏิกิริยาของตลาด | นักวิเคราะห์มองว่าการเพิ่มอุปทานของ OPEC+ “ยังน้อยเกินไป” เมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่น้ำมัน 15 ล้านบาร์เรลจะหายไปหากช่องแคบฮอร์มุซปิดถาวร |
| เป้าหมายถัดไป | หากสถานการณ์การสู้รบขยายวงกว้างไปถึงซาอุดีอาระเบียหรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ราคามีโอกาสพุ่งแตะ $100 – $120 ได้อย่างรวดเร็ว |
ผลกระทบต่อเนื่อง (Ripple Effects)
-
Inflation Spike: ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจะผลักดันให้ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วโลกพุ่งขึ้นตาม สร้างความลำบากให้ธนาคารกลาง (Fed, ECB) ในการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ย
-
Energy Stocks: หุ้นกลุ่มพลังงาน (เช่น PTT, PTTEP ในไทย หรือ Exxon, Chevron ในสหรัฐฯ) พุ่งขึ้นสวนทางตลาดหุ้นโดยรวมที่ดิ่งลงจากความกลัวสงคราม
มุมมองทางเทคนิค: WTI มีแนวรับสำคัญที่ $70.50 (ซึ่งเคยเป็นแนวต้านเดิม) หากราคาสามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ตลอดทั้งวัน เป้าหมายถัดไปจะอยู่ที่โซน $78.00 – $80.00 ครับ





