ราคาทองคำ (XAU/USD) ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2026 มีการปรับตัวลงจากจุดสูงสุดระหว่างวันมาเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ $4,980 ต่อออนซ์ ซึ่งถือเป็นการพักฐานหลังจากที่ราคาทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เหนือระดับ $5,000 ไปในช่วงก่อนหน้านี้ครับ
สรุปสาเหตุและปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาทองคำในขณะนี้:
1. การรอคอยรายงาน CPI ของสหรัฐฯ (Wait-and-See)
-
ปัจจัยกดดัน: นักลงทุนมีการขายทำกำไร (Profit-taking) และชะลอการเข้าซื้อก่อนการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนมกราคมของสหรัฐฯ ในคืนนี้ (เวลา 20:30 น.)
-
ความกังวลต่อ Fed: หากเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด จะยิ่งตอกย้ำว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อไป (Higher for longer) ซึ่งเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อทองคำที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
2. การแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ (USD Strength)
-
ดัชนีดอลลาร์ (DXY): ขยับขึ้นมาทรงตัวใกล้ระดับ 97.00 หลังจากตัวเลขการจ้างงาน (NFP) ของสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งเกินคาดในช่วงต้นเดือน ทำให้ตลาดลดความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยในเดือนมีนาคมลงเหลือเพียง 8% เท่านั้น
-
ผลกระทบ: เมื่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ทำให้ราคาทองคำซึ่งซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์มีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น ส่งผลให้อุปสงค์ลดลง
3. มุมมองทางเทคนิค (Technical Analysis)
-
ระดับแนวรับ: ปัจจุบันทองคำกำลังทดสอบแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาที่ $4,980 และมีแนวรับถัดไปที่บริเวณ $4,900 – $4,920
-
ระดับแนวต้าน: อยู่ที่บริเวณ $5,100 – $5,130 ซึ่งเป็นโซนที่ราคายังไม่สามารถทะลุผ่านไปได้ในสัปดาห์นี้
-
สถานะปัจจุบัน: แม้ราคาจะร่วงลงมา แต่ในภาพรวมปี 2026 ทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Bullish Trend) จากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และการเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก
สรุปกลยุทธ์: ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนการประกาศ CPI ตลาดจะมีความผันผวนสูงมากครับ
-
กรณี CPI ต่ำกว่าคาด: ทองคำมีโอกาสดีดกลับขึ้นไปยืนเหนือ $5,050 ได้อย่างรวดเร็ว
-
กรณี CPI สูงกว่าคาด: ระวังแรงเทขายที่อาจลากราคาทองให้หลุดไปถึงระดับ $4,900



