“ราคาทองคำทรงตัวใกล้ระดับ 4,219 ดอลลาร์ ขณะที่ปัจจัยจากเฟด การเจรจาฝั่งอิหร่าน และความเสี่ยงราคาน้ำมันร่วมขับเคลื่อนอารมณ์ตลาด“
-
ทองคำฟื้นตัวจำกัด ท่ามกลางกระแสข่าวดีภูมิรัฐศาสตร์: ราคาทองคำพยายามรักษาช่วงบวกขยับขึ้นมาซื้อขายอยู่ที่บริเวณ
$4,219(บวกเล็กน้อยประมาณ 0.10% ในวันทำการ) อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าแรงรีบาวด์นี้อาจ “สั้นมาก” และพร้อมเผชิญแรงเทขาย เนื่องจากความหวังในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน กำลังทำให้นักลงทุนทยอยถอนเงินออกจากสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven) -
ปมขัดแย้งภายในยังไม่จบ ดีลยังไม่เสร็จสมบูรณ์: แม้โดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศว่าดีลใกล้จบ แต่ฝั่งอิหร่านระบุว่ายังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ยิ่งไปกว่านั้นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน (Supreme Leader) ก็ยังไม่ได้ลงนามอนุมัติข้อตกลงนี้ เนื่องจากยังมีประเด็นขัดแย้งเรื่องสิทธิการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และเงื่อนไขการคืนทรัพย์สินที่ถูกอายัด ทำให้อารมณ์ตลาดยังอบอวลไปด้วยความไม่แน่นอน ประกอบกับอิสราเอลยังคงเปิดฉากโจมตีทางอากาศในเลบานอนอย่างต่อเนื่อง
-
สัปดาห์มหาโหด! จับตารุมประชุม 3 ธนาคารกลางยักษ์ใหญ่: ในสัปดาห์หน้า (สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมิถุนายน 2026) นักลงทุนทั่วโลกกำลังรอคอยผลการประชุมนโยบายการเงินของ 3 ธนาคารกลางหลัก ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE)
-
เงินเฟ้อพุ่ง-แรงงานแกร่ง บีบ Fed คงดอกเบี้ยสูงยาวนาน: ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ล่าสุดที่พุ่งสูงขึ้น (โดยมีต้นทุนพลังงาน/น้ำมันดิบเป็นตัวเร่ง) ประกอบกับตลาดแรงงานที่ยังคงแข็งแกร่ง ทำให้นักวิเคราะห์สถาบันคาดการณ์ว่า ในการประชุมสัปดาห์หน้า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม แต่ประธานเฟดจะใช้ถ้อยแถลงในเชิงเหยี่ยว (Hawkish Tone) คือส่งสัญญาณพร้อมคงดอกเบี้ยสูงไว้เป็นเวลานานเพื่อสยบเงินเฟ้อ ซึ่งปัจจัยนี้จะเป็นแรงหนุนให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าและกดดันราคาทองคำโดยตรง
📊 ข้อมูลเพิ่มเติมและมุมมองตลาด (Market Insights)
จากรายงานฉบับนี้ มี 2 ประเด็นหลักที่ทีมงาน THAIFRX อยากให้นักลงทุนตระหนักเพิ่มเติม:
-
“ความจริง” เรื่องเงินเฟ้อ VS “ความหวัง” เรื่องสงครามจบ: ตอนนี้ทองคำกำลังโดนบีบจากทั้งสองฝั่ง ในแง่ภูมิรัฐศาสตร์หากดีลเจนีวาในวันอาทิตย์นี้สำเร็จ ทองคำจะหมดมูลค่าในฐานะสินทรัพย์หลบภัยชั่วคราว แต่ในแง่ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamentals) เงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่พุ่งแตะ 4.2% เป็นตัวสะท้อนว่ามูลค่าเงินกระดาษกำลังลดลง ซึ่งตามหลักการควรเป็นผลดีต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ (Inflation Hedge) ทว่าเฟดเลือกจะแก้ปัญหาด้วยการค้ำดอกเบี้ยสูง ซึ่งส่งผลให้บอนด์ยิลด์ 10 ปี ทรงตัวที่ 4.5% สภาพแวดล้อมนี้จึงทำให้ทองคำวิ่งสู้กันอย่างรุนแรงและเกิดภาวะลังเลเลือกทาง (Indecision)
-
Super Week แห่งธนาคารกลาง: การประชุมพร้อมกันของ Fed, BOJ และ BOE ในสัปดาห์หน้า จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์ (DXY), เยน (JPY) และปอนด์ (GBP) วิ่งสะบัดอย่างรุนแรง ซึ่งทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่จับคู่กับดอลลาร์ (XAU/USD) จะได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนนี้ตลอดทั้งสัปดาห์
📈 แนวรับ – แนวต้านทางเทคนิคที่ต้องเฝ้าระวัง (XAU/USD)
อ้างอิงจากพฤติกรรมราคาที่ทรงตัวบริเวณ $4,219 กรอบการเทรดที่ต้องจับตาในวันจันทร์มีดังนี้:
-
แนวต้าน (Resistance):
-
แนวรับ (Support):
-
แนวรับที่ 1:
4,150 USD(กรอบล่างของ Bollinger Band หากมีข่าวการลงนามสันติภาพสำเร็จในช่วงวันหยุด ราคาจะดิ่งลงมาหาด่านนี้เป็นจุดแรก) -
แนวรับที่ 2:
4,000 USD(แนวรับแนวนอนและจุดต่ำสุดเดิมของสัปดาห์ หากหลุดตรงนี้ภาพรวมจะเปลี่ยนเป็นขาลงเต็มตัวมุ่งหน้าสู่แนวรับถัดไป)
-
📝 บทสรุปมุมมองจาก THAIFRX.COM
“ทองคำเจอศึกสองด้าน ดอลลาร์แข็งค้ำหัว ดีลสงครามจ่อทุบซ้ำ – เน้นเด้ง Sell”: ทาง THAIFRX.COM วิเคราะห์ว่า แรงซื้อที่พยุงทองคำไว้ที่ระดับ
$4,219ในช่วงก่อนปิดตลาดวันศุกร์ เป็นเพียงแรงซื้อเก็งกำไรระยะสั้นจากความกังวลว่าดีลสหรัฐฯ-อิหร่านอาจจะยังไม่จบง่ายๆ (เนื่องจากติดปมผู้นำสูงสุดอิหร่านและอิสราเอลยังถล่มเลบานอน)💡 ข้อแนะนำเชิงกลยุทธ์: โครงสร้างหลักของทองคำในกราฟเทคนิคยังคงเป็น “ขาลง” ประกอบกับสัปดาห์หน้ามีปัจจัยเสี่ยงใหญ่คือการประชุมเฟด (Fed) ที่ตลาดคาดว่าจะออกมาในโทนเหยี่ยว (Hawkish) เพื่อสู้กับเงินเฟ้อ 4.2% ดังนั้น กลยุทธ์ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับนักเทรดคือ “Wait & See ในช่วงชั่วโมงแรกที่ตลาดเปิด เพื่อดูทิศทางของ Gap ราคา” หากราคาเปิดตลาดแล้วขยับขึ้นทดสอบแนวต้านแถว
$4,250 -$4,300แล้วไม่ผ่าน ให้เน้นเปิดสถานะ **Sell/Short** โดยมีเป้าหมายทำกำไรระยะยาวที่$4,050และ$4,000` ตามแนวโน้มหลักของตลาดครับ!




