ธนาคารกลางทั่วโลกหวนคืนสู่ตลาด เดินหน้าลุยซื้อทองคำสุทธิระลอกใหม่
-
ประเด็นเสริม: สถาบันการเงิน ING รายงานอ้างอิงข้อมูลจากสภาทองคำโลก (WGC) ระบุว่า บรรดาธนาคารกลางต่างๆ ได้กลับเข้ามาเป็น “ผู้ซื้อสุทธิ” (Net Buyers) ในตลาดทองคำอีกครั้งในเดือนเมษายน หลังจากมีการเทขายสุทธิไปในเดือนมีนาคม นำโดยธนาคารกลางโปแลนด์ จีน และสาธารณรัฐเช็ก ที่ยังคงเดินหน้าสะสมทองคำเข้าพอร์ตสำรองอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รัสเซียยังคงเป็นผู้ขายสุทธิเพียงรายเดียวในกลุ่มประเทศหลัก
💡 ข้อมูลเพิ่มเติมเชิงลึก (Market Insights)
รายงานล่าสุดจากสภาทองคำโลก (World Gold Council – WGC) ที่สรุปโดยสถาบันการเงิน ING ประจำวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2026 เผยให้เห็นถึงแรงขับเคลื่อนระยะยาว (Structural Demand) จากกลุ่มสถาบันการเงินระดับโลก ซึ่งมีนัยสำคัญเชิงลึกดังนี้:
1. สถิติการเข้าซื้อของธนาคารกลางหลัก: เทรนด์ De-Dollarization ยังไม่จบ
-
ยอดรวมเดือนเมษายน: ธนาคารกลางทั่วโลกกลับมาซื้อทองคำสุทธิรวมประมาณ 17 ตัน พลิกฟื้นจากเดือนมีนาคมที่เป็นยอดขายสุทธิ
-
โปแลนด์ (ดาวรุ่งพุ่งแรง): กลายเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุด โดยตุนเพิ่มอีก 14 ตัน ดันยอดสะสมตั้งแต่ต้นปี 2026 (Year-to-Date) พุ่งแตะ 45 ตัน สะท้อนถึงความต้องการกระจายความเสี่ยงของกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
-
ธนาคารกลางจีน (PBOC): เดินหน้าทุบสถิติซื้อต่อเนื่องเป็น เดือนที่ 18 ติดต่อกัน โดยเก็บเพิ่มอีก 8 ตัน ถือเป็นการเพิ่มสัดส่วนทองคำครั้งใหญ่ที่สุดในรายเดือนนับตั้งแต่สิ้นปี 2024 ยืนยันถึงยุทธศาสตร์การลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐฯ (De-Dollarization) ระยะยาว
-
สาธารณรัฐเช็ก: ซื้อเพิ่ม 3 ตัน รวมยอดสะสมปีนี้เป็น 8 ตัน
-
รัสเซีย (ผู้สวนกระแส): ยังคงเป็นผู้ขายสุทธิเพียงรายเดียว โดยเทขายทองคำออกไป 6 ตัน ในเดือนเมษายน นับเป็นการขายสุทธิติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ส่งผลให้ยอดขายสะสมปีนี้สูงถึง 22 ตัน ซึ่งคาดว่าเป็นผลมาจากความจำเป็นในการเปลี่ยนสินทรัพย์ทองคำเป็นสภาพคล่องเพื่อพยุงดุลการค้าและค่าใช้จ่ายภายในประเทศที่ถูกคว่ำบาตร
2. นัยสำคัญต่อการคานอำนาจราคาทองคำในระยะยาว
-
พื้นรองเท้าหนา (Price Floor): แม้ว่าในระยะสั้น (ดังเช่นรายงานก่อนหน้านี้) ราคาทองคำจะเผชิญแรงกดดันทางเทคนิคจนหลุดต่ำกว่าแนว $4,500 และติดอยู่ในกรอบขาลง (Descending Channel) เนื่องจากปัจจัยเฟดคงดอกเบี้ยสูงและข่าวหยุดยิงในเลบานอน แต่การที่ “ธนาคารกลาง” ยังคงทยอยรับซื้อในสัดส่วนที่สูง ถือเป็น “กำแพงแนวรับพื้นฐานที่แข็งแกร่งที่สุด” (Long-term Price Floor) ซึ่งจะช่วยจำกัดไม่ให้ทองคำเกิดการดิ่งเหวรุนแรงเกินไป
📊 บทสรุปและมุมมองทางเทคนิคจาก THAIFRX.COM
บทวิเคราะห์โดย THAIFRX.COM:
ข้อมูลจาก ING รอบนี้คือ “ไม้เด็ด” ประจำสัปดาห์สำหรับฝั่งสายยาว (Investors) เลยครับ มันช่วยเฉลยว่าทำไมเวลาทองคำโดนทุบลงแรงๆ มักจะมีแรงซื้อลึกลับคอยรับของอยู่ตลอด สรุปง่ายๆ คือ กราฟเทคนิคระยะสั้น (H4) ของทองคำอาจจะดูเป็นขาลงเพราะโดนดอกเบี้ยเฟดค้ำหัวและข่าวหยุดยิงกดดัน แต่ปัจจัยพื้นฐานระยะยาว (Fundamental) ยังปึ้กมาก เพราะรายใหญ่ระดับประเทศอย่าง จีน และ โปแลนด์ ยังคงตั้งโต๊ะรับซื้อครับ
📈 การเชื่อมโยงทางเทคนิคและกลยุทธ์การเทรด (XAU/USD)
-
พฤติกรรมราคา (Price Action): ข่าวนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ฝั่ง Buy บริเวณโซนแนวรับใหญ่ หากราคาทองคำในเซสชันสัปดาห์นี้เกิดการหลุดต่ำกว่า $4,450 ลงไปหาแนวรับถัดไป ข้อมูลนี้บ่งชี้ว่าโซนด้านล่างจะเป็น “โซนของถูก” (Value Zone) ที่พร้อมเกิดแรงซื้อคืนแบบสถาบัน (Institutional Buying)
[แนวต้านใหญ่กรอบทิศทางขาลงระยะสั้น: $4,500 - $4,533]
▲
│ (กรอบบนที่จำกัดแรงรีบาวด์จากปัจจัยดอกเบี้ยสูง)
▼
[ราคาปัจจุบันทองคำ XAU/USD: $4,475]
▲
│ (โซนสะสมพลังระหว่างวัน)
▼
[แนวรับจิตวิทยา/จุดทดสอบแรงซื้อธนาคารกลาง: $4,450]
▲
[โซนแนวรับหนาแน่นเชิงโครงสร้างระยะยาว: $4,380 - $4,400]
▲
[ฐานรากต่ำสุดของกรอบแชนแนลขาลง: $4,314]
🎯 แผนการลงทุนสำหรับสมาชิก THAIFRX.COM (ยุทธวิธีสอดประสาน)
| รูปแบบการเทรด (Trading Style) | มุมมองต่อสินทรัพย์ | กลยุทธ์ที่ THAIFRX.COM แนะนำ |
| ระยะสั้น (Day Trade) | Bearish Bias 📉 | ยังคงเล่นตามกรอบ H4 เน้น “เด้ง Sell” เมื่อราคาเข้าใกล้ด่าน $4,485 – $4,500 โดยมีเป้าหมายทำกำไรสั้นๆ ที่ $4,450 |
| ระยะกลาง-ยาว (Swing/Invest) | Bullish Accumulation 🛒 | แนะนำกลยุทธ์ “ทยอยสะสมออเดอร์ Buy” (DCA/Scale-in) หากราคาหลุดลงต่ำกว่า $4,450 โดยแบ่งไม้รับแถว $4,400 และ $4,350 เพื่อถือระยะยาวตามธนาคารกลาง |
💡 ข้อพึงระวังจากทีมงาน:
รายงานของสภาทองคำโลกเป็นข้อมูลสะท้อนพฤติกรรมในอดีต (Lagging Indicator) ของเดือนเมษายน แต่ความผันผวนเฉพาะหน้าในวันศุกร์นี้จะขึ้นอยู่กับ ตัวเลขแรงงาน Nonfarm Payrolls (NFP) ของสหรัฐฯ เป็นหลัก ดังนั้น ห้ามใช้ข่าวธนาคารกลางนี้เป็นเหตุผลในการ “โอเวอร์เทรด (Over-lotting) ฝั่ง Buy” โดยไม่มี Stop Loss เด็ดขาด ให้เน้นการบริหารความเสี่ยงเป็นอันดับหนึ่งครับ!




