ทองคำพุ่งเหนือ $4,400 จากแรงหนุนสินทรัพย์ปลอดภัยและการคาดการณ์ดอกเบี้ย Fed
1. ปัจจัยพื้นฐานที่ขับเคลื่อนราคา
-
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ขั้นรุนแรง: ราคาทองคำพุ่งทำจุดสูงสุดในรอบ 4 วัน หลังจากกองทัพสหรัฐฯ (Delta Force) บุกโจมตีเวเนซุเอลาและจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร พร้อมภริยา นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังส่งสัญญาณแข็งกร้าวต่อโคลอมเบียและเม็กซิโก ทำให้ความเสี่ยงในละตินอเมริกาพุ่งสูงขึ้น
-
สงครามที่ยังไม่จบ: ความไม่แน่นอนในรัสเซีย-ยูเครน, อิหร่าน และกาซา ยังคงเป็นแรงหนุนหลักที่ทำให้นักลงทุนถือครองทองคำ
-
คาดการณ์การลดดอกเบี้ย: แม้ Fed จะส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปีนี้ แต่ตลาดเชื่อว่าประธาน Fed คนใหม่ (สาย Trump) จะผลักดันการลดดอกเบี้ยที่รุนแรงกว่านั้น โดยเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้
2. การเคลื่อนไหวของราคา
-
แม้ค่าเงินดอลลาร์ (USD) จะแข็งค่าขึ้นในฐานะสกุลเงินสำรองของโลก แต่ก็ “ไม่สามารถ” กดดันราคาทองคำให้ร่วงลงได้ สะท้อนว่าความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยมีอิทธิพลสูงกว่ามากในขณะนี้
การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)
ภาพรวม: ทองคำมีแนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจนหลังจากทะลุผ่านระดับ $4,400
-
แนวรับสำคัญ: เส้น SMA 100 ชั่วโมงที่ระดับ $4,377.80 หากราคายังยืนเหนือระดับนี้ได้ โอกาสไปต่อยังมีสูง
-
โมเมนตัม (MACD): กราฟ Histogram พลิกกลับมาเป็นบวกและกำลังกว้างขึ้น แสดงถึงแรงซื้อที่กำลังเพิ่มกำลังขึ้น (Bullish Momentum)
-
ดัชนี RSI: อยู่ที่ระดับ 63.42 ซึ่งถือว่าแข็งแกร่งแต่ “ยังไม่เข้าเขตซื้อมากเกินไป (Overbought)” ทำให้ยังมีพื้นที่ให้ราคาปรับตัวขึ้นได้อีก
สิ่งที่ต้องจับตา: ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ในวันศุกร์นี้จะเป็นตัวตัดสินทิศทางถัดไปของทองคำอย่างแท้จริงครับ
🟩 สมัครเทรด #ค่าเงิน #ทองคำ สนับสนุน THAIFRX.COM คลิกที่ลิ้งค์นี้
https://one.exnessonelink.com/a/se21a7h0





