“ทรัมป์ประกาศ ‘กรอบข้อตกลง’ กรีนแลนด์: ตลาดโล่งใจพ้นเงื้อมมือภาษี แต่พันธมิตรยังงง… ตกลงใครยอมใคร?”
สรุปสถานการณ์ความคืบหน้ากรณี “ดีลกรีนแลนด์” ณ เมืองดาวอส (Davos) ประจำวันที่ 22 มกราคม 2569 ซึ่งกลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างแรงกระเพื่อมทั้งในแง่บวกและแง่ลบต่อความมั่นคงโลกครับ:
1. จุดเริ่มต้นของ “ความโล่งใจ” (The Relief)
-
พ้นวิกฤตสงครามการค้า: นักลงทุนทั่วโลกหายใจได้ทั่วท้องขึ้น หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศ “ชะลอการเก็บภาษี” (Tariff U-turn) ต่อ 8 ชาติพันธมิตรยุโรป (รวมถึงอังกฤษ เยอรมนี และฝรั่งเศส) ที่เดิมจะมีผลในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้
-
ลั่นวาจา “ไม่ใช้กำลัง”: ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ที่ Davos ยืนยันว่าแม้เขาจะต้องการกรีนแลนด์เป็น “สมบัติของอเมริกา” แต่เขาจะไม่ใช้กำลังทหารเข้ายึดครอง (No Military Force) โดยระบุว่า “เราจะไม่ออกไปยึดอะไรด้วยพละกำลัง แม้เราจะทำได้ก็ตาม”
-
ตลาดหุ้นขานรับ: ดัชนีหลักอย่าง Dow Jones และ S&P 500 พุ่งขึ้นทันทีหลังจากข่าวนี้ออกมา เพราะช่วยลดความเสี่ยงเรื่อง Global Trade War
2. จุดเริ่มต้นของ “ความสับสน” (The Confusion)
แม้ตลาดจะดีใจ แต่ทางการเมืองกลับเต็มไปด้วยคำถาม:
-
ข้อตกลงกับใคร?: ทรัมป์อ้างว่าได้บรรลุ “กรอบความร่วมมือในอนาคต” (Framework of a Future Deal) กับ Mark Rutte เลขาธิการ NATO แต่ทางเดนมาร์กและกรีนแลนด์กลับแสดงอาการ “งง” และปฏิเสธว่าไม่มีการเจรจาเรื่อง “การขายดินแดน” เกิดขึ้น
-
ใครเป็นเจ้าของ?: นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก Mette Frederiksen ย้ำชัดเจนว่า “อธิปไตยของกรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้ขาย” ขณะที่สมาชิกรัฐสภากรีนแลนด์ออกมาตอกกลับว่า “กรีนแลนด์ ไม่มีอำนาจมาเจรจาเรื่องดินแดนหรือทรัพยากรของเรา”
-
ประเด็น “ไอซ์แลนด์”: เกิดกระแสไวรัลเมื่อทรัมป์เผลอกล่าวสับสนระหว่าง กรีนแลนด์ (Greenland) และ ไอซ์แลนด์ (Iceland) ในช่วงหนึ่งของสุนทรพจน์ โดยอ้างว่าไอซ์แลนด์ทำให้อเมริกาเสียเงินไปมาก ซึ่งสร้างความงุนงงให้กับผู้ร่วมงาน
3. สิ่งที่อเมริกา “อ้างว่า” จะได้รับจากดีลนี้
ทรัมป์ระบุว่าข้อตกลง (ที่ยังคลุมเครือ) นี้จะเปิดทางให้สหรัฐฯ เข้าถึงผลประโยชน์หลัก 2 อย่าง:
-
The Golden Dome: การติดตั้งระบบโล่ป้องกันขีปนาวุธที่ทันสมัยที่สุดในพื้นที่กรีนแลนด์เพื่อความมั่นคงของอเมริกาและ NATO
-
Mineral Rights: สิทธิในการสำรวจและทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earth) ที่จำเป็นต่อเทคโนโลยี AI และเซมิคอนดักเตอร์
📊 ผลกระทบต่อตลาด (Market Reaction)
-
USD: แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากการที่ความตึงเครียดกับยุโรปลดลง
-
Gold: ราคาทรงตัว (Flat lines) เนื่องจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง แต่ยังถูกพยุงไว้ด้วยความไม่แน่นอนว่า “ดีลนี้เป็นเรื่องจริงหรือแค่เทคนิคการเจรจา” ของทรัมป์
-
Euro/Pound: ฟื้นตัวขึ้นทันทีหลังพ้นเงาคำขู่เรื่องภาษี 10-25%





