ข้อมูลยืนยันล่าสุดเมื่อเวลา 17:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ของวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2026 ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนได้ชะลอตัวลงตามคาดการณ์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการคาดการณ์นโยบายของ ECB ในวันพรุ่งนี้ครับ
1. ตัวเลขเงินเฟ้อประจำเดือนมกราคม 2026
-
Headline HICP (YoY): ประกาศออกมาที่ 1.7% (ลดลงจาก 1.9% ในเดือนธันวาคม) ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และถือเป็นระดับที่ต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ของ ECB อย่างชัดเจน
-
Core HICP (YoY): (ไม่รวมราคาพลังงานและอาหาร) ชะลอตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.2% (จากเดิม 2.3%) ซึ่งสะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคาสินค้าและบริการพื้นฐานเริ่มเบาบางลงบ้างแล้ว
-
ปัจจัยหลัก: การลดลงของราคาพลังงานและราคาสินค้าอุตสาหกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับพลังงานเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยดึงเงินเฟ้อทั่วไปลงมา
2. ผลกระทบต่อค่าเงิน EUR/USD
หลังจากประกาศตัวเลข ค่าเงินยูโรมีการเคลื่อนไหวในลักษณะ “Sell on Fact” หรือพักตัวลงเล็กน้อยหลังจากที่ขยับขึ้นมาก่อนหน้า:
-
สถานะปัจจุบัน: EUR/USD ทรงตัวแถวระดับ 1.1815 – 1.1825
-
มุมมองตลาด: ตลาดตีความว่าเงินเฟ้อที่ระดับ 1.7% ให้สิทธิ ECB ในการคงดอกเบี้ยอย่างสบายใจในวันพรุ่งนี้ และเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะมีการ “ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย” ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 หากเศรษฐกิจยังคงซบเซา
-
แนวรับสำคัญ: หากหลุด 1.1810 อาจลงไปทดสอบระดับ 1.1780
3. นัยสำคัญต่อการประชุม ECB (5 ก.พ. 2026)
-
เป้าหมาย 2% บรรลุแล้ว: การที่เงินเฟ้อลงมาอยู่ที่ 1.7% ทำให้ คริสติน ลาการ์ด สามารถประกาศได้ว่า “ชัยชนะเหนือเงินเฟ้อ” ใกล้เข้ามาถึงแล้ว
-
ความท้าทายใหม่: ECB จะเริ่มเปลี่ยนความสนใจจาก “การคุมเงินเฟ้อ” ไปเป็นการ “ป้องกันภาวะเศรษฐกิจถดถอย” และผลกระทบจากนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ มากขึ้น
-
Methodological Change: ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขชุดแรกที่คำนวณตามมาตรฐานใหม่ (ECOICOP ver. 2) ซึ่ง ECB จะใช้เป็นฐานข้อมูลใหม่ในการทำประมาณการเศรษฐกิจ (Staff Projections) รอบถัดไป
สรุป: ตัวเลข 1.7% เป็น “ข่าวดีที่ตลาดรับรู้ไปแล้ว” ทำให้ยูโรไม่ได้พุ่งทะยานต่อ แต่กลับเพิ่มแรงกดดันให้ ECB ต้องเริ่มคิดเรื่องการผ่อนคลายนโยบายในอนาคตครับ





